การพัฒนาภาชนะเซรามิกหุงต้มเนื้อคอร์เดียไรต์

ผู้แต่ง

  • วรรณา ต.แสงจันทร์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ
  • ลดา พันธ์สุขุมธนา กรมวิทยาศาสตร์บริการ
  • ปราณี จันทร์ลา กรมวิทยาศาสตร์บริการ

DOI:

https://doi.org/10.60136/bas.v1.2012.179

คำสำคัญ:

ภาชนะหุงต้มเซรามิก

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาภาชนะเซรามิกหุงต้มเนื้อคอร์เดียไรต์ โดยสังเคราะห์เนื้อคอร์เดียไรต์จากดินขาว ดินเหนียว ทัลค์และอะลูมินา เผาที่อุณหภูมิ 1300 °C เนื้อคอร์เดียไรต์ที่สังเคราะห์ได้สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้สูงถึง 400 °C มีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเมื่อร้อน 3.09x10-6/°C และได้พัฒนาเคลือบที่มีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเมื่อร้อนต่ำกว่าเนื้อดิน คือ 2.61x10-6/°C เมื่อนำไปทดสอบความทนการรานด้วยหม้อนึ่งอบไอน้ำ (Autoclave) ที่ความดัน 250 psi เคลือบไม่เกิดการรานตัว จากนั้นได้ทดลองทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ได้แก่ หม้อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 นิ้ว เพื่อนำไปทดสอบการใช้งานจริง โดยนำไป ต้มน้ำบนเตาแก็สและเตาไฟฟ้า และใช้หุงต้มอาหารมากกว่า 50 ครั้ง ผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ไม่เกิดการแตกร้าวเสียหายใด ๆ

References

Low thermal expansion modified cordierite, US. Patent 4, 403, 017, Sep 6,1983.

F. Singer and Sonja S. Singer, Industrial Ceramics, Chapman and Hall, London, 1979. 482-487.

Costa Oliveira F.A., Franco J.A., Cruz Fernandes J., Dias D., Newly developed Cordierite-Zircon composites, British Ceramic Transactions, vol. 101, No. 1, Feb. 2002, 14-21(8).

Richard A. Eppler and Douglas R. Eppler, Glazes and Glass Coatings, The American Ceramic Society Westerville, Ohio 2000, 25-29.

Composition and process for glazing ceramic ware, US. Patent 3, 871, 890, Mar, 18, 1975.

Daniel Rhodes, Clay and Glazes for the Potter, 3 rd. ed. Revised and Expanded by Robin Hopper, Krause publications, United states of America, 2000, 111-113.

C.W. Parmalee, Ceramic Glazes 3rd.edCahners Publishing Company, Inc. USA, 1973, 250-251.

XRD pattern ของชิ้นทดสอบสูตร CCZ10-CCZ20 เผาที่อุณหภูมิ 1250°C

Downloads

เผยแพร่แล้ว

07-10-2022

How to Cite

ต.แสงจันทร์ ว. ., พันธ์สุขุมธนา ล., & จันทร์ลา ป. (2022). การพัฒนาภาชนะเซรามิกหุงต้มเนื้อคอร์เดียไรต์. วารสารวิทยาศาสตร์ประยุกต์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ, 1(1), 59–71. https://doi.org/10.60136/bas.v1.2012.179