วารสารวิทยาศาสตร์ประยุกต์ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS <p><strong>วารสารวิทยาศาสตร์ประยุกต์</strong> (ชื่อเดิม วารสารผลงานวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ) Bulletin of Applied Sciences เป็นวารสารเผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย ของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในทางวิชาการ การอ้างอิง และการประกอบกิจการภาคการผลิตและอุตสาหกรรม </p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p> <ol> <li>เพื่อเป็นวารสารเผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย ของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป</li> <li>เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในทางวิชาการ การอ้างอิง และการประกอบกิจการภาคการผลิตและอุตสาหกรรม</li> </ol> th-TH info@dss.go.th (ดร. อรสา อ่อนจันทร์ (Orasa Onchan) หัวหน้ากองบรรณาธิการ) passachon@dss.go.th (น.ส.พรรษชล รัตนปาณี: Passachon Ratanapanee (ให้คำปรึกษา/แก้ปัญา การส่งและประเมินบทความผ่านระบบ)) Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การเตรียมผงสีเซรามิกจากเศษหนังฟอกเหลือทิ้ง https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/125 <p>งานวิจัยนี้ได้ศึกษาการนำเศษหนังฟอกเหลือทิ้งที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมฟอกหนังซึ่งมีโครเมียม (Cr) เป็นส่วนประกอบมาใช้ผลิตเป็นผงสีเซรามิก โดยเริ่มจากนำเศษหนังฟอกเหลือทิ้งมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี และองค์ประกอบทางเฟสด้วยเครื่อง X-ray fluorescence (XRF) และ X-raydiffraction (XRD<strong>)</strong>&nbsp;ตามลำดับ จากนั้นนำเศษหนังฟอกเหลือทิ้งเผาที่ 1100 °C พบเฟสหลักคือ โครเมียม (II) ออกไซด์ (Cr<sub>2</sub>O<sub>3</sub>) ถูกใช้เป็นแหล่งของโครเมียมสำหรับการผลิตผงสี นำเศษหนังหลังเผามาบดผสมแบบเปียกกับซิงค์ออกไซด์ (ZnO) อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (Al(OH)<sub>3</sub>) เพื่อผลิตผงสีชมพูในระบบ Zn- Al-Cr และผสมกับซิงค์ออกไซด์และเฟอร์ริกออกไซด์ (Fe<sub>2</sub>O<sub>3</sub>) เพื่อผลิตผงสีน้ำตาลในระบบ Zn-Fe-Cr นำส่วนผสมไปเผาที่อุณหภูมิ 1200 °C ก่อนนำไปใช้เป็นผงสีในเคลือบของสโตนแวร์&nbsp; จากนั้นเติมเศษหนังหลังเผาและผงสีที่เตรียมได้ 10 wt% ลงในเคลือบเซรามิกใส เคลือบลงบนเนื้อดินบิสกิตแล้วนำไปเผาที่อุณหภูมิ 1200 °C ผลการทดลองพบว่าชิ้นทดสอบหลังเผาให้สีเขียว สีชมพู และสีน้ำตาล ดังนั้น เศษหนังฟอกเหลือทิ้งสามารถเป็นแหล่งให้โครเมียมที่นำไปผลิตเป็นผงสีเซรามิกได้ นอกจากนั้น ยังได้ทดสอบหาปริมาณสารตะกั่ว (Pb) แคดเมียม (Cd) และโครเมียม (Cr) ที่ละลายออกจากเคลือบ</p> ปราณี จันทร์ลา, นิธิวัชร์ นวอัครฐานนท์, อรวรรณ ศรีคุ้มวงษ์ Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/125 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การทดสอบหาปริมาณสารอะคริลาไมด์ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารทอดด้วยเทคนิคเมทริกซ์ โซลิด ดิสเพอชั่นและอัลตราไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ลิควิด โครมาโทกราฟี-แทนเดมแมสสเปกโทรเมตรี https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/126 <p>การตรวจวัดปริมาณสารอะคริลาไมด์ในผลิตภัณฑ์อาหารทอด ดำเนินการโดยศึกษาความเหมาะสมของเทคนิคลิควิดโครมาโทกราฟี-แทนเดมแมสสเปกโทรเมตรีและเทคนิคการเตรียมตัวอย่างเมทริกซ์ โซลิด ดิสเพอชั่น (Matrix solid dispersion) หรือเทคนิค QuEChERS ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีมีความถูกต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับตาม EU Commission regulation 2017/2158 ได้ค่าร้อยละการคืนกลับเฉลี่ยร้อยละ 100.7 &nbsp;95.3 และ 103.8 ที่ระดับความเข้มข้น 20 &nbsp;500 และ 1,000 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ความเที่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์มีค่าอยู่ระหว่างร้อยละ 3.82 – 8.00 นอกจากนี้ขีดจำกัดของการตรวจวัดและขีดจำกัดของการหาปริมาณ เท่ากับ 5 และ 20 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม<strong>&nbsp;</strong>ตามลำดับ &nbsp;จากผลการวิจัยแสดงว่าวิธีนี้มีความน่าเชื่อถือ และเหมาะสมสำหรับการใช้หาปริมาณสารอะคริลาไมด์ในผลิตภัณฑ์อาหารทอด</p> จุฑาทิพย์ ลาภวิบูลย์สุข, สมภพ ลาภวิบูลย์สุข Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/126 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีทดสอบหาปริมาณซูคราโลสในเครื่องดื่ม โดยเทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/127 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการทดสอบความใช้ได้ของวิธี การทดสอบปริมาณซูคราโลสในเครื่องดื่มซึ่งดัดแปลงวิธีทดสอบจากวิธีมาตรฐาน BS EN 16155:2012 Foodstuffs - Determination of sucralose - High performance liquid chromatographic method ได้ทำการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธี โดยมีการศึกษาช่วงความเป็นเส้นตรงของวิธีวิเคราะห์พบว่ามีความเป็นเส้นตรงอยู่ในช่วง 0 - 400 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าขีดจำกัดในการตรวจพบและขีดจำกัดในการวัดเชิงปริมาณของการตรวจวัดเท่ากับ 4.0 และ 15.0 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมตามลำดับ การศึกษาความแม่นและความเที่ยงของวิธีโดยใช้ตัวอย่างที่เติมสารละลายมาตรฐาน 3 ระดับความเข้มข้น (25, 250, 2000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) พบว่ามีค่าร้อยละกลับคืนอยู่ในช่วงร้อยละ 92.0 – 101.6, 98.8 – 99.4 และ98.0 – 99.8 ตามลำดับ และความเที่ยงประเมินจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์ที่แสดงด้วยค่า %RSD<sub>r</sub>&nbsp;เท่ากับร้อยละ 3.799, 0.169 และ0.586 ตามลำดับ ค่า HORRAT&nbsp; เท่ากับ 0.824, 0.052 และ0.246 ตามลำดับ ซึ่งค่าร้อยละกลับคืน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์ และค่า HORRAT อยู่ในเกณฑ์การยอมรับและเป็นไปตามข้อกำหนดของ EURACHEM/CITAC Guide: 2012 รวมทั้งได้ประเมินค่าความไม่แน่นอนขยายของการทดสอบ&nbsp;&nbsp;&nbsp; ซูคราโลสในเครื่องดื่ม พบว่ามีค่าความไม่แน่นอนคิดเป็นร้อยละ 3.7 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 (k=2) นอกจากนี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างที่ขายในท้องตลาดจำนวน 30 ตัวอย่าง มาทำการทดสอบตามวิธีที่ผ่านการทดสอบความใช้ได้แล้ว พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดนี้มีปริมาณซูคราโลสอยู่ในช่วงไม่พบหรือน้อยกว่า 4.0 ถึง 172.7 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าวิธีการทดสอบนี้เหมาะสมกับการใช้งานตามวัตถุประสงค์</p> นันทิดา จิตแก้ว, สวรินทร์ สินะวิวัฒน์ Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/127 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับสีย้อมเมทิลลีน บลู ในน้ำด้วยถ่านกัมมันต์ที่มีรูพรุนเมโซพอร์จากเหง้ามันสำปะหลังที่เตรียมด้วยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชันแบบหม้อเดียว https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/129 <p>อุตสาหกรรมฟอกย้อมเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมกลางน้ำที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย กระบวนการผลิตนั้นต้องใช้สีย้อมเป็นวัตถุดิบหลัก เมื่อน้ำเสียที่ปนเปื้อนไปด้วยสีย้อมถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของมนุษย์ในพื้นที่ข้างเคียง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาประสิทธิภาพวัสดุดูดซับจำพวกถ่านกัมมันต์ที่ได้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้มีสามารถในการกำจัดสีย้อมออกจากน้ำทิ้งมากขึ้น ด้วยการสร้างรูพรุนเมโซพอร์เพิ่มเติมในโครงสร้างของถ่านกัมมันต์ ในงานศึกษาวิจัยนี้ถ่านกัมมันต์จะเตรียมจากเหง้ามันสำปะหลัง โดยใช้ ZnCl<sub>2</sub>เป็นตัวกระตุ้น ผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชันแบบหม้อเดียว ตามด้วยการคาร์บอไนเซชั่นของไฮโดรชาร์ที่ได้ ณ อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ซึ่งพบว่า สภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมถ่านกัมมันต์จากเหง้ามันสำปะหลังให้มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงสุด คือ การใช้ ZnCl<sub>2</sub> ในอัตราส่วนต่อเหง้ามันสำปะหลังเท่ากับ 3 โดยมวล (3.0Z-AC) ถ่านกัมมันต์ที่ได้นี้มีโครงสร้างรูพรุนแบบสองลักษณะในช่วงไมโครพอร์และเมโซพอร์ โดยมีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงถึง 1,405 ตารางเมตรต่อกรัม และมีปริมาตรรูพรุน ไมโครพอร์และเมโซพอร์มากถึง 0.42 และ 0.54 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อกรัม ตามลำดับ จากการศึกษาการดูดซับสีย้อมเมทิลลีน บลู ในน้ำสีสังเคราะห์ด้วยถ่านกัมมันต์ดังกล่าว พบว่า มีพฤติกรรมการดูดซับแบบชั้นเดียวสอดคล้องกับแบบจำลองการดูดซับของแลงเมียร์ (R<sup>2</sup>&nbsp;= 0.9993) โดยมีระยะเวลาสมดุลในการดูดซับเมทิลลีน บลู 210 นาที และมีค่าความจุการดูดซับเมทิลลีน บลู สูงสุดถึง 274 มิลลิกรัมต่อกรัม ขณะที่ถ่านกัมมันต์ทางการค้าใช้เวลาในการดูดซับถึง 270 นาที และมีค่าการดูดซับสูงสุดเพียง 260 มิลลิกรัมต่อกรัม</p> เจนจิรา ภูริรักษ์พิติกร, กิตติยา ปลื้มใจ, วรินดา เฟื่องชูนุช, แหลมทอง ชื่นชม Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/129 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การพัฒนาสูตรยางคอมพาวนด์สำหรับการวัลคาไนซ์ด้วยลำอิเล็กตรอน https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/130 <p>การวัลคาไนซ์ยางด้วยลำอิเล็กตรอน (Electron beam) เป็นเทคนิคที่ให้อัตราเร็วในการวัลคาไนซ์สูง และมีความสม่ำเสมอมากกว่าการวัลคาไนซ์ด้วยระบบกำมะถัน อีกทั้งมีการเติมสารเคมีลงในระบบน้อย ทำให้ไม่มีสารตกค้าง จึงเป็นวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้ใช้ยางแท่งในการพัฒนาสูตรยางคอมพาวนด์ที่วัลคาไนซ์ได้ด้วยลำอิเล็กตรอน โดยการศึกษาชนิดและปริมาณของสารไวต่อปฏิกิริยา (Sensitizers) คือ n-Butyl acrylate (n-BA) และ Trimethylolpropane trimethacrylate (TMPT) ในปริมาณ 3 phr และ 5 phr แล้วเปรียบเทียบค่าความแข็ง ความต้านแรงดึง ความยืดเมื่อขาด มอดุลัสที่ความยืดร้อยละ 300 และการยืดอยู่ตัว ของแผ่นยางคอมพาวนด์ที่วัลคาไนซ์ด้วยลำอิเล็กตรอนที่ได้กับแผ่นยางคอมพาวนด์ที่วัลคาไนซ์ด้วยกำมะถัน นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาปริมาณรังสีจากลำอิเล็กตรอน (Dose) ที่เหมาะสมสำหรับวัลคาไนซ์ยาง โดยการฉายลำอิเล็กตรอนที่มีพลังงานในการเร่งอนุภาคของอิเล็กตรอน 10 ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ (MeV) ไปยังแผ่นยางที่ปริมาณรังสีจากลำอิเล็กตรอนต่าง ๆ ได้แก่ 50 kGy, 100 kGy, 150 kGy และ 200 kGy จากการศึกษาพบว่าสูตรที่เหมาะสมสำหรับการวัลคาไนซ์ด้วยลำอเิลก็ตรอนสำหรับผลิตภัณฑ์ยาง ที่ต้องการความยืดอยู่ตัวต่ำคือสูตรที่ประกอบด้วยสารไวต่อปฏิกิริยาชนิด TMPT ในปริมาณ 5 phr และวัลคาไนซ์ที่ปริมาณรังสีจากลำอิเล็กตรอน 200 kGy อย่างไรก็ตาม สมบัติทางกายภาพของยางที่ได้จากการศึกษานี้ยังคงน้อยกว่าแผ่นยางคอมพาวนด์ที่ได้จากการวัลคาไนซ์ด้วยกำมะถัน</p> ภัณฑิลา ภูมิระเบียบ, อรวรรณ ปิ่นประยูร, นิชาภา บัวสุวรรณ, เกศินี เหมวิเชียร Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/130 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การพัฒนาระบบเซนเซอร์แบบกระจายอย่างง่ายสำหรับการเฝ้าติดตามและแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านระบบออนไลน์:กรณีศึกษาการพัฒนาต้นแบบระบบอุปกรณ์โครงข่ายเซนเซอร์ TVOC สำหรับเฝ้าติดตามและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/131 <p>การพัฒนาต้นแบบระบบอุปกรณ์โครงข่ายเซนเซอร์ TVOC (Total Volatile Organic Compound)&nbsp;สำหรับเฝ้าติดตามและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบเซนเซอร์แบบกระจายสำหรับเฝ้าติดตามและแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านระบบออนไลน์ ต้นแบบระบบที่พัฒนาขึ้นใช้วัสดุไฟฟ้า ประกอบด้วยเซนเซอร์แก๊ส TVOC ชนิด MOS แผ่นวงจรปรับระดับแรงดันลอจิก เป็นวัสดุหลักรวมไปถึงซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องเช่น Virtual Private Server (VPS) ซอฟท์แวร์ IoT Broker และ ซอฟท์แวร์ IoT Gateway ซอฟท์แวร์ IoT Dashboard รวมไปถึง MQTT API เพื่อการพัฒนาต้นแบบตามแนวทางการพัฒนาอุปกรณ์ในระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาระบบไซเบอร์-กายภาพ (CPS) ในอนาคต ผลผลิตของการพัฒนานี้ได้ต้นแบบระบบสมาร์ทเซนเซอร์ TVOC ที่สามารถบันทึกข้อมูลความเข้มข้นได้แบบเรียลไทม์ สามารถแสดงผลข้อมูลย้อนหลังได้บน IoT Dashboard ในรูปแบบของกราฟ และสามารถแจ้งเตือนได้ผ่านแอพพลิเคชั่นสื่อสารและส่งข้อความ ทำให้สามารถวางแผนการจัดการมลพิษทางอากาศในพื้นที่ปฏิบัติงานได้สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีของระบบสมาร์ทเซนเซอร์แบบโครงข่ายเมื่อเทียบกับเซนเซอร์ที่ทำงานแบบโดดเดี่ยว อย่างไรก็ตามเมื่อทำการทดสอบข้อมูลดิบจากต้นแบบที่ประกอบจากเซนเซอร์ TVOC จำนวน 3 ตัวในระบบ พบว่าค่าความสัมพันธ์ระหว่างเซนเซอร์ภายในกลุ่มมีความเป็นเชิงเส้นน้อย (R<sup>2</sup>&lt;0.9) เมื่อใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมภายในกลุ่มเซนเซอร์ ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องปกติของคุณสมบัติของระบบที่ใช้เซนเซอร์แบบกระจาย ซึ่งจำเป็นต้องใช้การปรับแก้ค่า หรือการทำข้อมูลให้เป็นมาตรฐานก่อนการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งสามารถดำเนินการได้ในการพัฒนาระบบในชั้นต่อไป</p> ชนก ท่วมจร Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/131 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การพัฒนาชุดป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรองรับสถานการณ์เร่งด่วนการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/132 <p>ในช่วงแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย เมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 เกิดการขาดแคลนชุดป้องกันการติดเชื้อ ที่ได้มาตรฐานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งชุดแบบ Coverall และแบบ Isolation gown เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีการผลิตชุดดังกล่าวภายในประเทศไทย ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ กรมวิทยาศาสตร์บริการจึงร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาชุดป้องกันการติดเชื้อแบบ Coverall ระดับ 4 ตามมาตรฐาน ANSI/AAMI PB70 โดยได้ทดลองนำผ้าสปันบอนด์เส้นใยพอลิโพรพีลีน (PP) น้ำหนัก 40 &nbsp;gsm และพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) น้ำหนัก 50 gsm มาเคลือบด้วยฟิล์มโพลิเอทิลีน (PE) แบบระบายอากาศ (Breathable film) น้ำหนัก 20 gsm ซึ่งจากการทดสอบพบว่าผ้าทั้งสองมีสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงกับชุด Coverall ทางการแพทย์จากต่างประเทศ และสามารถป้องกันการซึมผ่านของเชื้อไวรัส Phi-X174 bacteriophage ซึ่งใช้เป็น phage suspension ที่มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.027 ไมโครเมตร เล็กกว่าเชื้อ COVID-19 ที่มีขนาด 0.125 ไมโครเมตร&nbsp; และนำผ้าไปตัดเย็บชุด Coverall พบว่าการเย็บตะเข็บแบบ Ultrasonic สามารถป้องกันการซึมผ่านของไวรัสได้&nbsp; และจากการประเมินการใช้งานจริงของบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าผู้ประเมินเห็นด้วยว่าชุดที่ตัดเย็บมีความเหมาะสมและใส่แล้วมีความคล่องตัว โดยมีความพึงพอใจกับชุดที่ทำจากผ้า PET มากกว่าผ้า PP</p> กนิษฐ์ ตะปะสา, สมจิตต์ ตั้งชัยวัฒนา, สมพงษ์ คำวงเวียน, สุวรรณี เทพบุตรดี Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/132 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การสังเคราะห์และวิเคราะห์คุณลักษณะคาร์บอนนาโนสเฟียร์ที่มีรูพรุนจากอนุพันธ์ชีวมวล https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/134 <p>งานวิจัยนี้ศึกษาการสังเคราะห์คาร์บอนนาโนสเฟียร์ที่มีรูพรุนซึ่งเตรียมได้จากอนุพันธ์สารชีวมวล ได้แก่ กลูโคส ซูโครส กลีเซอรอล และเซลลูโลสด้วยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลร่วมกับการกระตุ้นที่อุณหภูมิสูง โดยวิธีไฮโดรเทอร์มอลสามารถใช้สังเคราะห์วัสดุคาร์บอนนาโนสเฟียร์ให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่แตกต่างกัน ซึ่งขนาดอนุภาคของวัสดุคาร์บอนนาโนสเฟียร์สามารถปรับแต่งได้ง่ายตั้งแต่ 188-10000 นาโนเมตร โดยเปลี่ยนชนิดของอนุพันธ์สารชีวมวล และความเข้มข้นของตัวทำละลาย ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของหมู่ฟังก์ชันที่พื้นผิว ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ความพรุน เสถียรภาพทางความร้อน และค่าพีเอชที่ประจุที่ผิวเป็นศูนย์นำไปใช้อธิบายสมบัติการดูดซับ การศึกษาพฤติกรรมการดูดซับของสีย้อม 3 ชนิด (เมทิลีนบลู คองโกเรด และไดเรกต์สการ์เลต 4บีเอส) บนตัวดูดซับวัสดุคาร์บอนที่มีรูพรุนจากอนุพันธ์สารชีวมวลดำเนินการในระบบแบบกะ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพการกำจัดสีย้อม 3 ชนิดบนคาร์บอนนาโนสเฟียร์ที่มีรูพรุนมีค่าสูงสุดที่พีเอชเริ่มต้นของสารละลายในช่วง 7-9 (ปริมาณสีย้อมที่ถูกดูดซับบนตัวดูดซับ (q<sub>t</sub>) ประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อกรัม)</p> ฐิติพร วัฒนกุล, ลลิตา บึงกิจเจริญ, อาทิตย์ อัศวสุขี Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/134 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 การทวนสอบเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอินฟาเรดด้วยเพลเธียร์เทคนิค https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/136 <p>ปัจจุบันความต้องการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอินฟาเรดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น ตามจุดคัดกรองและสถานบริการด้านการสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือสาเหตุจากมีค่าความคลาดเคลื่อนสูง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น การทวนสอบเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอินฟาเรดดังกล่าวด้วยแบล็คบอดี้อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงและค่าความแม่นสูงเกินความจำเป็น เทคนิคการทวนสอบเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอินฟาเรดด้วยชุดสมาร์ทคิทซึ่งสามารถทวนสอบเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอินฟาเรดตามมาตรฐานASTM E1965-98 [1] ช่วงการวัดตั้งแต่ 36°C ถึง 39 °C และตามช่วงการยอมรับ ±0.3°C อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอินฟาเรดด้วยเสถียรภาพดีกว่า</p> วีระชัย วาริยาตร์, วันชัย ชินชูศักดิ์ Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/136 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 ผลกระทบของระบบปรับตั้งต่อประสิทธิภาพของเครื่องชั่งน้ำหนักอิเล็กทรอนิกส์ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/137 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอผลกระทบของระบบปรับตั้งที่มีต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องชั่งน้ำหนักอิเล็กทรอนิกส์ ในงานวิจัยนี้จะทำการสอบเทียบเครื่องชั่งน้ำหนักตัวอย่างที่มีค่าความสามารถสูงสุด 520 กรัม ค่าความละเอียด 0.1 มิลลิกรัม ที่ได้รับการปรับตั้งแตกต่างกัน 2 แบบ ได้แก่ การปรับตั้งด้วยตุ้มน้ำหนักภายในและการปรับตั้งด้วยตุ้มน้ำหนักภายนอกตามวิธีการสอบเทียบ EURAMET cg-18 จากผลการสอบเทียบในหัวข้อค่าผิดพลาดของการอ่านค่า (error of indication) ซึ่งสัมพันธ์กับคุณลักษณะค่าความผิดพลาดเชิงเส้น (linearity deviation) ของเครื่องชั่งน้ำหนักพบว่าผลการสอบเทียบในหัวข้อดังกล่าวสำหรับการปรับตั้งทั้ง 2 แบบมีค่า&nbsp;<em>E<sub>n</sub></em>&nbsp;number แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;<img style="border: 0px; cursor: default; color: #000000; font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 10px; font-style: normal; font-variant-ligatures: normal; font-variant-caps: normal; font-weight: 400; letter-spacing: normal; orphans: 2; text-align: start; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 2; word-spacing: 0px; -webkit-text-stroke-width: 0px; background-color: #ffffff; text-decoration-thickness: initial; text-decoration-style: initial; text-decoration-color: initial;" src="http://latex.codecogs.com/gif.latex?\left&amp;space;|&amp;space;En&amp;space;\right&amp;space;|>&amp;space;1" alt="\left | En \right |> 1" align="absmiddle">&nbsp;&gt; 1 โดยเมื่อพิจารณาจากเส้นกราฟความเป็นเชิงเส้น (Linearity graph) ของทั้ง 2 เงื่อนไขพบว่าค่าความผิดพลาดเชิงเส้นของทั้ง 2 เงื่อนไขมีค่าต่างกันแต่ยังน้อยกว่าค่าที่กำหนดจากผู้ผลิต ±0.4 มิลลิกรัม แต่เมื่อพิจารณาค่าความชัน (slope) ที่แสดงถึงคุณลักษณะค่าความไว (Sensitivity) พบว่าในกรณีปรับตั้งด้วยตุ้มน้ำหนักภายในมีค่าความชัน (Slope)&nbsp;<a href="file:///C:/Users/hp/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%ADBAS65.docx#_Hlk99632092">4.00x10<sup>-</sup><sup>6</sup></a>&nbsp;และเมื่อทำการปรับตั้งด้วยตุ้มน้ำหนักภายนอกค่าความชัน (Slope) มีค่าลดลงเป็น&nbsp;<a href="file:///C:/Users/hp/Downloads/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%ADBAS65.docx#_Hlk99633062">5.97x10<sup>-</sup><sup>7</sup></a>&nbsp;ซึ่งแสดงว่าระบบปรับตั้งด้วยตุ้มน้ำหนักภายในของเครื่องชั่งตัวอย่างนี้มีค่าผิดพลาดจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพเครื่องชั่ง</p> จิตตกานต์ อินเที่ยง Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/137 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 สมบัติการป้องกันรังสียูวีของกระดาษหัตถกรรมปอสา https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/139 <p>รังสียูวีจากแสงแดดสามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของมนุษย์ งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นในการศึกษาให้ทราบถึงสมบัติการป้องกันรังสียูวีของกระดาษหัตถกรรมปอสา เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวีจากกระดาษหัตถกรรมปอสา การตรวจสอบการป้องกันรังสียูวีของกระดาษหัตถกรรมปอสาซึ่งทำโดยการทดสอบการส่องผ่าน และการดูดกลืนรังสียูวีที่ความยาวคลื่น 280-400 นาโนเมตร ด้วยเครื่อง UV-VIS Spectrophotometer พบว่า กระดาษหัตถกรรมปอสาน้ำหนักมาตรฐาน 25 50 และ 100 แกรม มีการส่องผ่านรังสียูวีอยู่ที่ร้อยละ 12.17 3.11 และ 0.41 การดูดกลืนรังสียูวีอยู่ที่ร้อยละ 1.87 2.10&nbsp; และ 2.86 ตามลำดับ หลังจากการเคลือบกระดาษหัตถกรรมปอสาน้ำหนักมาตรฐาน 25 และ 50 แกรม ด้วยทัลคัม อลูมิเนียม และทองแดงออกไซด์ พบว่า กระดาษมีความหนาเพิ่มขึ้น 80-90 ไมโครเมตร การส่องผ่านรังสียูวีลดลง และมีการดูดกลืนรังสียูวีเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 3 ถึงแม้การเคลือบจะช่วยปรับปรุงค่าความทึบแสงของกระดาษให้สูงขึ้น ความพรุนของกระดาษลดลง และความสามารถในการป้องกันรังสียูวีของกระดาษเพิ่มขึ้น แต่จะเห็นได้ว่าผลจากการทดลองความสามารถในการป้องกันรังสียูวีนั้นขึ้นอยู่กับสมบัติด้านโครงสร้างของกระดาษหัตถกรรมปอสาเป็นหลัก นั่นคือ ความหนา โดยความหนาที่เพิ่มขึ้นจากน้ำหนักมาตรฐานที่เพิ่มขึ้นในกรณีของกระดาษไม่เคลือบผิว และความหนาที่เพิ่มขึ้นจากชั้นของสารเคลือบในกรณีของกระดาษที่ผ่านการเคลือบผิวสามารถช่วยลดการส่องผ่านของรังสียูวีได้ ทำให้ความสามารถในการป้องกันรังสียูวีของกระดาษหัตถกรรมปอสาเพิ่มขึ้น</p> ฐิตารินีย์ สุโรพันธ์, ก่อพงศ์ หงษ์ศรี Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/139 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 คุณลักษณะทางเคมีกายภาพและปริมาณสารแคปไซซินอยด์ของสายพันธุ์พริกที่ใช้ในการผลิตเครื่องแกงส้มปักษ์ใต้ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/140 <p>พริกเป็นเครื่องเทศที่นิยมนำมาปรุงแต่งอาหารทั่วโลก เพื่อเพิ่มสีสัน รสชาติ และกลิ่น ซึ่งความเผ็ดของพริกนั้นเกิดจากสารแคปไซซินอยด์ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะทางกายภาพและเคมีของสายพันธุ์พริกที่ใช้ในการผลิตเครื่องแกงส้มปักษ์ใต้ จำนวน 5 สายพันธุ์ ทั้งหมด 8 ตัวอย่าง ได้แก่ KHO.1P, KHO.2P, KAR.2R, JIN.2K, YOD.1N, YOD.2N, KEN.2R และ KEN.2P โดยนำตัวอย่างพริกไปตรวจสอบคุณลักษณะทางกายภาพ ผลการทดลองพบว่า พริกสดส่วนใหญ่มีค่ามุมของสีในช่วงสีแดงถึงสีเหลืองเขียว ผลการวิเคราะห์ทางเคมีพบว่า ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมด (TSS) ความเป็นกรด-ด่าง ปริมาณกรดทั้งหมด (TA) และดัชนีการสุก อยู่ในช่วง 6.0 - 13.0 °Brix, 5.09 - 5.60, 0.11 - 0.18%, และ35.3 - 86.7 ตามลำดับ และพริกทั้งหมดมีปริมาณสารแคปไซซินอยด์อยู่ในช่วง 3,048.64 - 6,832.56 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักแห้ง และค่าดัชนีความเผ็ดของพริกแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ระดับเผ็ดมากที่สุด (&gt; 80,000 SHU) ได้แก่ YOD.1N &gt; KAR.2R &gt; KEN.2P &gt; YOD.2N &gt; KHO.1P และระดับเผ็ดมาก (25,000 - 70,000 SHU) ได้แก่ KEN.2R &gt; KHO.2P &gt; JIN.2K ซึ่งค่าดังกล่าวมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก สภาวะแวดล้อมในการปลูก และระยะการสุกของผลพริก</p> ขนิษฐา อินทร์ประสิทธิ์, ลลิตา ชูแก้ว, เจนจิรา สุขสวัสดิ์, สุทธชยา ชื่นวัฒนา Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/140 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700 เตียงพลิกผู้ป่วยอัตโนมัติราคาประหยัด https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/141 <p>เตียงพลิกผู้ป่วยมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับงานพยาบาล เนื่องจากงานของพยาบาลและผู้ดูแลผู้ป่วยนั้นมีภาระงานมาก หากไม่ดูแลอย่างใกล้ชิดจะทําให้ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดแผลกดทับสูงอีกทั้งการพลิกผู้ป่วยซึ่งมีจำนวนมาก ส่งผลให้พยาบาลหรือผู้ดูแลผู้ป่วยเจ็บหลังอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ในท้องตลาดเตียงพลิกผู้ป่วยอัตโนมัติมีราคาสูงและหาซื้อได้ไม่ง่าย จึงทําให้เกิดนวัตกรรมเตียงพลิกผู้ป่วยอัตโนมัติราคาประหยัดขึ้นมาเพื่อพลิกตัวผู้ป่วยอัตโนมัติ ลดโอกาสการเกิดแผลกดทับและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ให้การพยาบาล เตียงพลิกผู้ป่วยอัตโนมัติราคาประหยัด ทำงานด้วยระบบนิวเมติกส์ มีฟังก์ชันครบเหมือนเตียงไฟฟ้าทั่วไป พร้อมเบาะพีวีซี ซึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดในประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตเตียงดังกล่าวถูกกว่าเตียงไฟฟ้าที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปตามท้องตลาดถึงร้อยละ 45 เตียงพลิกผู้ป่วยที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถเลือกการทำงานควบคุมด้วยมือและควบคุมแบบอัตโนมัติ มี 5 ฟังก์ชันการทํางาน คือ ฟังก์ชันเตียงปกติ ฟังก์ชันเคลื่อนไหวส่วนหัว ฟังก์ชันเคลื่อนไหวส่วนขา ฟังก์ชันเคลื่อนไหวส่วนซ้าย ฟังก์ชันเคลื่อนไหวส่วนขวา</p> สมพล โคศรี, ศักดิ์สิทธิ์ ดีอ่ำ Copyright (c) 2022 กรมวิทยาศาสตร์บริการ http://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/BAS/article/view/141 Sat, 27 Aug 2022 00:00:00 +0700