การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดพญาวานร จากตำบลดงมหาวัน อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ, พญาวานร, โพลีฟีนอล, ดีพีพีเฮช, สารสกัดสมุนไพรบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสาระสำคัญในกลุ่มพอลีฟีนอลจาก สารสกัดหยาบของใบพญาวานร (Pseuderatherum Platiferum) ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้ในการแพทย์ แผนไทย โดยทำการสกัดด้วยตัวทำละลายที่มีขั้วแตกต่างกัน 3 ชนิด ได้แก่ เอทานอล, เมทานอล และน้ำ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ใช้การวิเคราะห์ เชิงคุณภาพด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) Radical Scavenging Assay ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับ ความนิยมอย่างแพร่หลาย ส่วนการวิเคราะห์ปริมาณสารพอลีฟีนอลรวมใช้วิธี Folin-Ciocalteu และวัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่องสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ ผลการวิจัยพบว่าสารสกัดพญาวานรที่ได้จากตัวทำละลายทั้งสามชนิดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH โดยสารสกัดด้วยเมทานอลแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุด (ค่า IC50 = 0.15±0.01 mg/ml) รองลงมาคือสารสกัดด้วยน้ำ (ค่า IC50 = 0.18±0.01 mg/ml) และเอทานอล (ค่า IC50 = 0.20±0.01 mg/ml) ตามลำดับ ซึ่งค่า IC50 ที่ต่ำกว่าบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ปริมาณสารพอลีฟีนอลรวมแสดงให้เห็นว่าสารสกัดด้วยเมทานอลมีปริมาณพอลีฟีนอลสูงสุด (20.50±0.50 mg GAE/g สารสกัด) รองลงมาคือสารสกัดด้วยน้ำ (17.40±0.35 mg GAE/g สารสกัด) และเอทานอล (15.20±0.40 mg GAE/g สารสกัด) การวิจัยนี้สรุปได้ว่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดพญาวานรมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณสารประกอบฟีนอลที่สกัดได้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากพญาวานรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสกัดด้วย เมทานอลมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาจากสมุนไพรเพื่อใช้ในการป้องกันและรักษาโรค ที่เกี่ยวข้องกับอนุมูลอิสระ
เอกสารอ้างอิง
Parsons, A. F. (2000). An Introduction to Free Radicals Chemistry. Cambridge: Cambridge Univ. Press.
กนกวรรณ จารุกำจร, วิลัดดา สินทร, และชรินญา พิมพ์สอน. (2557). ความสัมพันธ์ของภาวะเครียดออกซิเดชั่นและภาวะไขมันในเลือดสูง. วารสารพิษวิทยาไทย, 29(1-2), 57-69.
พีรวิชญ์ พาดี, และสมศักดิ์ นวลแก้ว. (2552). ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสมุนไพรพญาวานรหรือฮว่านง็อก. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 18(1), 131-138.
ณันญรัตน์ คุ้มครอง, ภูวดล เหมชะรา, นัสวัล บุญวงศ์, พีรวัจน์ ชูเพ็ง, และ ถนอม ห่อวงศ์สกุล. (2565). ผลของการเสริมใบพญาวานรในอาหารต่อค่าโลหิตวิทยา คุณภาพซาก และเนื้อในไก่เนื้อ. วารสารวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมการเกษตร, 53(1), 1-18.
สวนพฤกษศาสตร์ทวีชลเชียงใหม่ ประเทศไทย. (2568). ฮว่านง็อก. สืบค้นจาก https://www.tweecholbotanic garden.com/data.php?id=305
Pukklay, P., Saema, P., & Sanyawong, N. (2010). Phytochemical contents and antimutagenicity of Hoan Ngoc extracts. Asian Health, Science and Technology Reports, 18(1), 49–54. retrieved from https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ahstr/article/view/2350
สุภกร บุญยืน, ปาริยา ณ นคร และนิ รมล ศากยวงศ์. (2559). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ปริมาณฟีนอลลิคทั้งหมด และปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดของสารสกัดพืชหางนกยูง. Thai Journal of Science and Technology, 5(1), 20–28.
ปริชาติ เทพทอง, และฐิติยา ลูกแป้น. (2564). ปริมาณฟีนอลิกรวม ฤทธิ์ต้านออกซิเดชันและฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดรากมะพูด. ASEAN Journal of Scientific and Technological Reports, 24(1), 94–104.
Olah, S. O. A., et al. (2018). The Correlation between the Content of Phenolic Compounds Extracted with Different Solvents and the Antioxidant Capacity of Nettle (Urtica dioica L.). Revista de Chimie, 69(1), 1-5. retrieved from https://www.researchgate.net/figure/The-correlation-between-the-content-of-phenolic-compounds-extracted-with-different_fig1_381517615
Hussain, M. G., et al. (2021). Relationship between Total Phenolic Content, Antioxidant Capacity, Fe and Cu Content from Tea Plant Samples at Different Brewing Times. Materials, 14(8), 1-15. retrieved from https://www.mdpi.com/2227-9717/9/8/1311
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในวารสารเป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรและบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
