การศึกษาผลของความเร็วใบมีดและอัตราการป้อนต่อสมรรถนะของเครื่องสับสมุนไพรแบบสองใบมีดสำหรับไพลและขมิ้นชัน

ผู้แต่ง

  • ฐิตินันท์ ป้องนาม สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น https://orcid.org/0009-0000-3891-907X
  • ขนิษฐา ชัยบรรดิษฐ สาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตรอัจฉริยะ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา
  • สิริธร คิสาลัง สาขาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

คำสำคัญ:

ไพล, ขมิ้นชัน, สองใบมีด, ลูกประคบ, เครื่องสับ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของความเร็วใบมีดและอัตราการป้อนต่อสมรรถนะของเครื่องสับสมุนไพรแบบสองใบมีดสำหรับไพลและขมิ้นชัน ประเมินสรรมถนะชุดสับด้วยความสามารถในการทำงาน ประสิทธิภาพการสับ และความสูญเสียในการสับ โดยได้ทำการทดสอบสับไพลและขมิ้นชันที่ความเร็วใบมีด 3 ระดับ คือ 536.25, 715.00 และ 893.75 รอบต่อนาที สำหรับไพลใช้อัตราการป้อน 3 ระดับ คือ 359.64, 617.14 และ 872.37 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และขมิ้นชันใช้อัตราการป้อน 3 ระดับ คือ 471.00, 621.76 และ 916.81 กิโลกรัมต่อชั่วโมง จากการทดสอบพบว่าอัตราการป้อนของทั้งไพลและขมิ้นชันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของชุดใบมีดอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในทางตรงกันข้ามความเร็วใบมีดเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานและประสิทธิภาพการสับอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสับไพล ขณะที่การสับขมิ้นชันพบว่าความเร็วใบมีดมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการทำงานเช่นกัน โดยค่านัยสำคัญมีระดับเข้าใกล้เกณฑ์การยอมรับที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95โดยอัตราการป้อนและความเร็วใบมีดที่เหมาะสมกับการนำไปใช้งานสำหรับสับไพลและขมิ้นชันควรใช้อัตราการป้อน 872.37 และ 916.81 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และความเร็วใบมีด 715.00 และ 536.25 รอบต่อนาที ส่งผลทำให้มีประสิทธิภาพในการสับเฉลี่ย 97 และ 98 เปอร์เซ็นต์ และความสูญเสียร้อยละ 3 และ 2 ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

[1] R. N. Alolga, F. Wang, X. Zhang, J. Li, L.-S. P. Tran, and X. Yin, “Bioactive compounds from the Zingiberaceae family with known antioxidant activities for possible therapeutic uses,” Antioxidants, vol. 11, no. 7, Art. no. 1281, 2022, doi: 10.3390/antiox11071281.

[2] จิตต์เรขา ทองมณี, “ลูกประคบสมุนไพร,” วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ, ปีที่ 53, ฉบับที่ 169, หน้า 1–3, 2548.

[3] สมศักดิ์ คำมา, จารุวรรณ สิงห์ม่วง, และ พินัย ทองสวัสดิ์วงศ์, “การออกแบบและพัฒนาเครื่องสับวัสดุพืชเกษตรและเปลือกผลไม้,” วารสารวิชาการเกษตร, ปีที่ 38, ฉบับที่ 1, หน้า 58–67, 2563, doi: 10.14456/thaidoa-agres.2020.5.

[4] สมศักดิ์ คำมา, “การออกแบบและสร้างเครื่องสับย่อยเศษพืชผักในครัวเรือน,” วารสารวิชาการคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, ปีที่ 11, ฉบับที่ 1, หน้า 82–95, 2561.

[5] เพลิงฟ้า เฮียงสา, สิริรัตน์ พรมทา, เสาวลักษณ์ ศรีลุนช่าง, และ อาภาภรณ์ จอมหล้าพีรติกุล, “การพัฒนาเครื่องหั่นใบสมุนไพร,” วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร, ปีที่ 48, ฉบับที่ 3 (พิเศษ), หน้า 35–38, 2560.

[6] อัศวิน สืบนุการณ์, ภูเมศร์ นิยมมาก, วัชรากร จันโสม, และ นันทพัทธ ปัดภัย, “การทดสอบประสิทธิภาพเครื่องสับเอนกประสงค์เพื่อการเกษตร,” วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, ปีที่ 6, ฉบับที่ 1, หน้า 1–7, 2564.

[7] สัญญา โพธิ์วงษ์, วิรัตติ อัศวานุวัตร, สมพงษ์ แซ่บ่าง, และ เทพรถ อนันต์สูงเนิน, “การสร้างและหาประสิทธิภาพเครื่องหั่น-ซอยสมุนไพรแบบต่อเนื่อง,” วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรม พระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ปีที่ 13, ฉบับที่ 1, หน้า 73–82, 2565.

[8] ชนินทร์ อุปถัมภ์, สมโภชน์ สุดาจันทร์, ชัยยันต์ จันทร์ศิริ, กิตติพงษ์ ลาลุน, และ สิงห์รัญ ชารี, “อิทธิพลของจำนวนใบมีดและความเร็วเชิงเส้นของใบมีดสับที่มีผลต่อสมรรถนะของชุดสับลดขนาดลำต้นมันสำปะหลังสำหรับผลิตเป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ด,” วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา), ปีที่ 21, ฉบับที่ 1, หน้า 88–100, 2564.

[9] เทิดศักดิ์ พรมทา, สหรัฐ ปฏิฐาน, อิสระพงษ์ โพธิ์ดอกไม้, และ วันชาติ สุพรมพิทักษ์, “การออกแบบและพัฒนาเครื่องหั่นสับต้นกล้วย,” ใน การประชุมวิชาการระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ครั้งที่ 1, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 2562, หน้า 173–177.

[10] F. Grau, H. Choo, J. W. Hu, and J. Jung, “Engineering behavior and characteristics of wood ash and sugarcane bagasse ash,” Materials, vol. 8, no. 10, pp. 6962–6977, Oct. 2015, doi: 10.3390/ma8105353.

[11] I. C. C. Iloabachie, A. M. Nwankwo, C. F. Nzoiwu, and V. I. Aneke, “Characterization of powdered pentaclethra macrophylla pod as a friction material,” Int. J. Eng. Res. Technol., vol. 15, no. 5, pp. 296–302, May 2026, doi: 10.5281/zenodo.20522455.

[12] รังสรรค์ พงษ์พัฒนอำไพ, ปพณ สะอาดยวง, และ ณมน วรธนานุวงศ์, “การออกแบบและพัฒนาเครื่องสับหัวมันสำปะหลังแบบกึ่งอัตโนมัติ,” รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, มหาสารคาม, 2561.

[13] ณพล เหลืองพิพัฒน์สร, “การพัฒนาเครื่องย่อยและอัดหญ้าอาหารสัตว์,” วิทยานิพนธ์, คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ปทุมธานี, 2561.

[14] O. B. Oduntan, A. I. Bamgboye, O. S. Idogwu, and R. O. Bankole, “Optimization of the efficient shredding process of biogas feedstocks from cassava peels,” Journal of Wastes and Biomass Management, vol. 6, no. 1, pp. 30–36, 2024, doi: 10.26480/jwbm.01.2024.30.36.

[15] W. Huang, J. Xie, S. Cao, J. Tang, and Y. Yang, “Optimization of cutting parameters for cotton stalks using reciprocating bionic cutters based on finite element simulation and experiment,” Agri Engineering, vol. 8, no. 5, Art. no. 164, 2026, doi: 10.3390/agriengineering8050164.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

25-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

[1]
ป้องนาม ฐ., ชัยบรรดิษฐ ข., และ คิสาลัง ส., “การศึกษาผลของความเร็วใบมีดและอัตราการป้อนต่อสมรรถนะของเครื่องสับสมุนไพรแบบสองใบมีดสำหรับไพลและขมิ้นชัน”, JEIT, ปี 4, ฉบับที่ 4, น. 50–64, ส.ค. 2026.