การศึกษาเส้นพาสต้าใบย่านาง

Main Article Content

จารึก สุรินทร
ธนิษฐา อภัยแสน
อภิชาต โคเวียง

บทคัดย่อ

ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเส้นพาสต้าใบย่านาง (Pasta Yanang leaves) พาสต้า (Pasta) เป็น อาหารพื้นเมืองของเกาะซีซิลประเทศอิตาลีมาตั้งแต่สมัย ปี ค.ศ.1154 ทำขึ้นจากแป้ง หรือ ไข่ มักถูกนําไปใช้ หรือ อบ สามารถทำเมนูได้หลากหลาย หากเป็นคนที่ต้องการอาหารที่ปราศจากกลูเตน ยังมีพาสต้าที่ทำจาก แป้งข้าวจ้าว แทนพาสต้าที่ทำจากแป้งสาลีอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของใบย่านาง 100 กรัม ให้พลังงาน 95 แคลอรีและไม่ก่อสารพิษต่อร่างกายเหมือนอาหารที่แปรรูปจากแป้งหรือไขมันแบบอื่นๆ ใบย่านาง มีวิตามิน บีและโปรตีนรองลงมาจากพืชมีคลอโรฟิลล์ที่มีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ดังนั้นจึงทำให้ ระบบการไหลเวียนผลัดเม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้นทำให้ช่วยขจัดสารพิษออกจากระบบเลือด ตับ และไต ทำให้ภูมิ ต้านทานของร่างกายแข็งแรงขึ้นจึงนิยมนําใบย่านางมาทำเครื่องดื่มใช้ล้างสารพิษ ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเรียนวิชาโครงงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนักเรียนจึงได้ทำโครงงาน เส้น พาสต้าใบย่านาง โดยนํามาศึกษาปริมาณใบย่านาง แล้วนํามาทำในรูปแบบเส้นพาสต้าใบย่านาง (Pasta Yanang leaves) พร้อมประเมินคุณภาพประสาทสัมผัสด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบ โดยรวมด้วยวิธีการชิมให้คะแนน 5 ระดับ (5 - Point hedonic Scale) โดยผู้ชิมจำนวน 30 คน เพื่อใช้เป็น ข้อมูลพื้นฐานในการทำนํามาพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อจากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ผู้เรียนสนใจการทำเส้นพาสต้าใบย่านาง เป็นสินค้าใหม่ๆเพิ่มทางเลือกให้กับ ผู้บริโภคมากขึ้น ที่ต้องการบริโภคเส้นพาสต้าใบย่านาง (Pasta Yanang leaves) รสชาติใหม่ๆ ผู้เรียนจึงได้ คิดค้นและทดลองเส้นพาสต้าใบย่านาง


ผลการศึกษาการเพิ่มปริมาณปริมาณใบย่านาง แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 15% 25% และ 100% ของ น้ำหนักของใบย่านาง โดยนํามาวิเคราะห์และเปรียบเทียบความแตกต่างทางค่าเฉลี่ยพบว่าทุกด้านมีความ แตกต่าง ดังนั้นผู้ทําการทดลองจึงควรเลือกระดับที่ 25% เนื่องจากปริมาณใบย่านางในเส้นพาสต้า นุ่มและ รสชาติพอดี มีเหนียวนุ่มลงตัว ผู้ชิมให้การยอมรับตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
สุรินทร จ, อภัยแสน ธ, โคเวียง อ. การศึกษาเส้นพาสต้าใบย่านาง. JRVED [อินเทอร์เน็ต]. 5 มิถุนายน 2025 [อ้างถึง 7 กุมภาพันธ์ 2026];3(1):71-84. available at: https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JRVED/article/view/4343
ประเภทบทความ
บทความวิจัย