การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี

Main Article Content

รังสิมันต์ ยาละ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี เป็นการวิจัยและพัฒนา มีการดำเนินการเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี ดังนี้ 1.1) ศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัล โดยการสังเคราะห์เอกสาร 1.2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการจำเป็นของการบริหารงานวิชาการ โดยการสอบถาม ผู้บริหาร และครู จำนวน 106 คน 1.3) ศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ โดยการสัมภาษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ระยะที่ 2 สร้างและตรวจสอบรูปแบบฯ โดยผู้วิจัย ตรวจสอบรูปแบบโดยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึก แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน และความต้องการจําเป็น แบบประเมินร่างรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า


  1. ผลการศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัล พบว่ารูปแบบมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนเงื่อนไขความสำเร็จ

  2. สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรีในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และภาพรวมมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา เท่ากับ 0.38

  3. 3. ผลการสร้างรูปแบบ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และรูปแบบมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ แนวคิดทฤษฎี ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย กระบวนการขับเคลื่อนการบริหารแบบมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัล การบริหารจัดการงานวิชาการ และการวัดและประเมินผลการใช้รูปแบบ ส่วนเงื่อนไขความสำเร็จ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
ยาละ ร. การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในยุคดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี. JRVED [อินเทอร์เน็ต]. 5 มิถุนายน 2025 [อ้างถึง 7 กุมภาพันธ์ 2026];3(1):1-14. available at: https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JRVED/article/view/4334
ประเภทบทความ
บทความวิจัย