การศึกษาแรงจูงใจในการพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงานร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ในเขตกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

อนุช นามภิญโญ
จุฬาพร พรหมสาขา ณ สกลนคร
ปิยมาส กล้าแข็ง
ขวัญรพี ศรีใส

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงานร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในเขตกรุงเทพมหานคร และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจ (Motivator Factors) ปัจจัยค้ำจุนหรือปัจจัยสุขอนามัย (Hygiene Factors) กับการพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พนักงานร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค
(Cronbach’s Alpha) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA: F-test) การเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธี LSD การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s Correlation) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 31–40 ปี ดำรงตำแหน่งพนักงานบริการลูกค้า มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีอายุงานต่ำกว่า 1 ปี สำหรับปัจจัยจูงใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านความภาคภูมิใจเมื่อสามารถปิดการขายสำเร็จและการรับรู้คุณค่าของบทบาทหน้าที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือการมีอิสระในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้แก่ลูกค้า ส่วนปัจจัยค้ำจุนโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านความร่วมมือในการทำงานเป็นทีมและการช่วยเหลือกันในการปฏิบัติงานมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ขณะที่การพัฒนาการปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ การประเมินผลการปฏิบัติงาน ความผูกพันต่อองค์กร และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรมีค่าเฉลี่ยสูง ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เพศ อายุ ตำแหน่งงาน และอายุงานที่แตกต่างกันส่งผลต่อปัจจัยจูงใจ ปัจจัยค้ำจุน และการพัฒนาการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ขณะที่ระดับการศึกษาส่งผลต่อปัจจัยจูงใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่ส่งผลต่อปัจจัยค้ำจุน นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยค้ำจุนหรือปัจจัยสุขอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01.  จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถเสนอแนะแนวทางเชิงนโยบายเพื่อใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติยา ยุทธนาปกรณ์.(2558). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน). (วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต) : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

ฐิตารีย์ คนธ์พัฒน์กุล. (2554). แรงจูงใจเพื่อการรักษาพนักงานสาขาในร้านสะดวกซื้อ. (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต) : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ธนากร ทวีรัตน์ (2551). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานฝ่ายผลิตของบริษัท ที.ซี.ซี. อินดัสตรี แอนด์ เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด. (การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการจัดการ) : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน). (2567). รายงานการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม [เอกสารภายใน].

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน). (2566). จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติ (Code of conduct).

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน). (2566). รายงานความยั่งยืน (Sustainability report).

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน). (2566). รายงานประจำปี 2566 (Annual report 2023).

พิมพา หิรัญกิตติ. (2557). การจัดการธุรกิจขนาดย่อมและการค้าปลีก. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

รุสมี มามะ และ หทัยกานต์ กุลวชิราวรรณ์ และ จุฑาทิพย์ ลีลาธนาพิพัฒน์. (2566). ปัจจัยจูงใจในการทำงานของพนักงานร้านสะดวกซื้อส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ในเขตสำนักงานปฏิบัติการที่ 1 ตะวันตก. (วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) ปีที่10 ฉบับที่ 1, 134–157.

วารุณี ตันติวงศ์วาณิช. (2558). ธุรกิจการค้าปลีก (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ศยาภรณ์ มีแสงแก้ว. (2555). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จังหวัดสระบุรี. (สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต) : มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2567). แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ปี 2567–2569.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). สถิติประชากรและเคหะ พ.ศ. 2566. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

ยงยุทธ เกษสาคร. (2547). การบริหารทรัพยากรมนุษย์. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัครเดช ไม้จันทร์. (2560). ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในองค์กร. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Adams, J. S. (1963). Toward an understanding of inequity. Journal of Abnormal and Social Psychology, 67(5), 422–436.

Cochran, W. G. (1977).Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.

Cronbach, L. J. (1951).Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.

Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work (2nd ed.). John Wiley & Sons.

Krungsri Research. (2023). Industry outlook: Modern trade.

Lee, S. Y., & Brand, J. L. (2005). Effects of control over office workspace on perceptions of the work environment.

McDonald, B., Dingess, D., & MacNeill, K. (2005). The effects of work environment factors on the well-being, organizational commitment and work performance of Los Angeles County employees. Sage.

Preuss, G. A., & Lautsch, B. A. (2002). The effect of formal versus informal job security on employee involvement programs. Relations Industrielles/Industrial Relations, 57(3), 517–539.

Zikmund, W. G. (2003). Business research methods (7th ed.). Thomson Learning.