การประยุกต์ใช้ทฤษฎีเซตเพื่อจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหวในคลังสินค้า: กรณีศึกษา บริษัทแลนด์โก้ สปอร์ต แอนด์ มิวสิคเคิล จำกัด
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังของบริษัท แลนด์โก้ สปอร์ต แอนด์ มิวสิคเคิล จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการขายส่ง นำเข้าและส่งออกอุปกรณ์กีฬาและดนตรี โดยเน้นการวิเคราะห์และปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Dead Stock) ผ่านการประยุกต์ใช้เทคนิค ABC Analysis และ XYZ Analysis
ผลการศึกษาพบว่า ABC Analysis สามารถจำแนกสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มตามความสำคัญและมูลค่ารวม ได้แก่ กลุ่ม A (70-80% ของมูลค่ารวม) จัดเก็บในพื้นที่ที่เข้าถึงง่ายและมีการตรวจสอบสม่ำเสมอ กลุ่ม B (15-25% ของมูลค่ารวม) จัดเก็บในพื้นที่รองและมีแผนเติมสินค้า กลุ่ม C (5% ของมูลค่ารวม) เป็นสินค้าค้างสต็อกหรือสินค้าลดราคา สำหรับ XYZ Analysis แบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มตามความสม่ำเสมอและความผันผวนของความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม X มีความต้องการสม่ำเสมอ เช่น รองเท้ากีฬา ใช้ระบบเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม Y มีความต้องการผันผวน เช่น ไม้แบดมินตัน มีแผนเติมสินค้าเฉพาะช่วงที่มีความต้องการสูง กลุ่ม Z มีความต้องการต่ำ เช่น เครื่องดนตรีไทย แบ่งโซนพื้นที่สำหรับสินค้ากลุ่มนี้
ผลการจัดกลุ่มสินค้าด้วยแผนภาพเวนน์-ออยเลอร์ ในการวิเคราะห์ความซ้อนทับของกลุ่มสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหวและมีความต้องการต่ำ เพื่อการลดต้นทุนและการจัดเก็บสินค้าอย่างเหมาะสม จากการระดมสมองร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พบว่า กลุ่มสินค้า AX (สินค้าที่มีความสำคัญสูงและมีการเคลื่อนไหวสูง) จัดเก็บใกล้จุดโหลดสินค้าเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนส่ง กลุ่มสินค้า CX (สินค้าที่มีความสำคัญต่ำและไม่มีการเคลื่อนไหว) ทำการขายลดราคาและทำโปรโมชั่นแบ่งโซนพื้นที่ที่สำหรับสินค้าไม่เคลื่อนไหว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จิราภรณ์ เง่าพิทักษ์กุล. (2559). การแก้ไขปัญหาสินค้าคงคลังไม่เคลื่อนไหว. (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน). คณะโลจิสติกส์ : มหาวิทยาลัยบูรพา.
ธนัฏฐสรณ์ เหมือนทองแท้. (2563). การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาร้านสะดวกซื้อ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน). คณะโลจิสติกส์ : มหาวิทยาลัยบูรพา.
ธรรมศักดิ์ ค่วยเทศ, สิริรักษ์ ชูเชิด และ นราทิพย์ ปงใจ (2565). การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: ด้วยนโยบายและกลยุทธ์ซัพพลายเชน. วารสารวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน, 8(2), 65-79.
นพรัตน์ ราชจินดา. (2564). การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาบริษัทผลิตเครื่องปรับอากาศ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน). คณะโลจิสติกส์ : มหาวิทยาลัยบูรพา.
พรประภา นันทะพันธ์ และฐิติมา วงศ์อินตา. (2561). การศึกษาแนวทางการจัดการสินค้าคงคลังไม่เคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแผนก Store ของบริษัทกรณีศึกษา. สืบค้นจาก https://buulog.com/wp-content/uploads/2022/04/61090300_นางสาวพรประภา-นันทะพันธ์.pdf
สมชาย เปรียงพรม และรัชฎาพร วงศ์ไชย. (2566). การพัฒนากระบวนการจัดการคลังสินค้า: กรณีศึกษาบริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอางจำกัด. วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม, 3(1), 15-26.
อรณิชา บุตรพรหม และมาริสา ป้อมบุบผา. (2561). FIFO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า: กรณีศึกษาบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่ง. วารสารการบริหารและจัดการ, 8(1), 15-26.
Gajpal, P. P., Ganesh, L. S., & Rajendran, C. (1994). Criticality analysis of spare parts using the analytic hierarchy process. International Journal of Production Economics, 35(1–3), 293–297.
Hopp, W. J., & Spearman, M. L. (2008). Factory physics: Foundations of manufacturing management (3rd ed.). McGraw-Hill.
Silver, E. A., Pyke, D. F., & Thomas, D. J. (2016). Inventory and production management in supply chains (4th ed.). CRC.