การปรับปรุงแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเครื่องจักรของสายการผลิตเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ชนิดกระป๋อง

ผู้แต่ง

  • รุ้งพราย สาระคำ สาขาการจัดการงานวิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยา เขตพระราชวังสนามจันทร์ https://orcid.org/0009-0003-1780-3272
  • ประจวบ กล่อมจิตร สาขาการจัดการงานวิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

คำสำคัญ:

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน, การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม, MTBF, MTTR, ความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพการบำรุงรักษาของเครื่องบรรจุถาดและหุ้มฟิล์มในสายการผลิตเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ชนิดกระป๋อง โดยนำเสนอซึ่งเป็นเครื่องจักรคอขวดที่มีอัตราการหยุดทำงานสูงสุดจากการประเมินด้วยเทคนิคคะแนนถ่วงน้ำหนัก (Weight Score Method) ทั้งนี้ แนวทางการบำรุงรักษาแบบดั้งเดิมที่อ้างอิงเพียงคู่มือผู้ผลิตหรือประสบการณ์ผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถระบุพฤติกรรมการเสื่อมสภาพที่แท้จริงของเครื่องจักรได้ งานวิจัยนี้จึงนำเสนอแนวคิดใหม่โดยการดำเนินงานเป็นการประยุกต์ใช้หลักการวิศวกรรมความน่าเชื่อถือผ่านการวิเคราะห์การแจกแจงแบบไวบูลล์ (Weibull Distribution Analysis) โดยมีค่าพารามิเตอร์รูปร่าง (β) เท่ากับ 2.79  เพื่อยืนยันพฤติกรรมการเสียหายแบบสึกหรอ (Wear-Out Failure) จากข้อมูลเวลาการทำงานก่อนเสียหายจริงจากนั้น จึงนำผลการวิเคราะห์ดังกล่าวมาบูรณาการร่วมกับแนวคิดการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (TPM) ซึ่งแตกต่างจากการประยุกต์ใช้แบบดั้งเดิมที่อาศัยเพียงดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติงาน งานวิจัยนี้ใช้หลักฐานทางสถิติจากการวิเคราะห์ไวบูลล์เป็นฐานในการกำหนดรายการตรวจสอบและรอบเวลาบำรุงรักษา เพื่อพัฒนาแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ที่สอดคล้องกับสภาพการใช้งานทางวิศวกรรม ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะก่อนและหลังการปรับปรุงพบว่า สามารถลดระยะเวลาการหยุดเครื่องจักรรวม (Breakdown Time) ลงร้อยละ 44.03 ความถี่การเกิดเหตุขัดข้อง (Failure Frequency) ลดลงร้อยละ 35.20 ลดเวลาเฉลี่ยในการซ่อม (MTTR) ร้อยละ 13.63 และเพิ่มเวลาเฉลี่ยระหว่างการเสีย (MTBF) ได้ถึงร้อยละ 55.70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) โดยผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงระบบสามารถช่วยลดความสูญเสีย เพิ่มเสถียรภาพของเครื่องจักร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรประเภทอื่นในสายการผลิตที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้

เอกสารอ้างอิง

[1] C. P. Au-Yong, N. F. Azmi, and N. E. Myeda, “Promoting employee participation in operation and maintenance of green office building by adopting the total productive maintenance (TPM) concept,” Journal of Cleaner Production, vol. 352, Art. no. 131608, 2022, doi: 10.1016/j.jclepro.2022.131608.

[2] L. Lu, A. M. d’Avigneau, Y. Pan, Z. Sun, P. Luo, and I. Brilakis, “Modeling heterogeneous spatiotemporal pavement data for condition prediction and preventive maintenance in digital twin-enabled highway management,” Automation in Construction, vol. 174, Art. no. 106134, 2025, doi: 10.1016/j.autcon.2025.106134.

[3] ประจวบ กล่อมจิตร, การออกแบบโรงงานอุตสาหกรรม: เพื่อเพิ่มผลผลิตและความปลอดภัย, กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2555.

[4] สมชาย เปรียงพรม, สุชาดี ธำรงสุข, และ วรรณลภย์ อนันตเจริญโชติ, "การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการวางแผนการบำรุงรักษา: กรณีศึกษาเครื่องจักรสายพานลำเลียงภายในห้องรับ-จ่ายวัตถุดิบ," วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ปีที่ 31, ฉบับที่ 2, หน้า 201-215, 2564. doi: 10.14416/j.kmutnb.2020.12.014.

[5] S. Nakajima, ed., TPM Development Program: Implementing Total Productive Maintenance. Cambridge, MA, USA: Productivity Press, 1989.

[6] A. K. S. Jardine and A. H. C. Tsang, Maintenance, Replacement, and Reliability: Theory and Applications. Boca Raton, FL, USA: CRC Press, 2006, doi: 10.1201/9781420044614.

[7] รัฐวุฒิ วงษ์วิทย์, “การพัฒนาระบบการบำรุงรักษาด้วยการประยุกต์ใช้เทคนิคการวิเคราะห์อาการขัดข้องและผลกระทบ กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีต,” วารสารวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม, ปีที่ 16, ฉบับที่ 3, หน้า 59–69, 2566.

[8] D. Budimir, D. Medić, V. Ružić, and M. Kulej, “Integrated approach to marine engine maintenance optimization: Weibull analysis, Markov chains, and DEA model,” Journal of Marine Science and Engineering, vol. 13, no. 4, Art. no. 798, 2025, doi: 10.3390/jmse13040798.

[9] S. Sudadiyo, “Monte Carlo-based reliability- and availability-centered maintenance for GAS multi-purpose reactor pumps: A case study of the PA01-AP03 pump,” Nuclear Engineering and Design, vol. 446, Art. no. 114584, 2026, doi: 10.1016/j.nucengdes.2025.114584.

[10] P. Semotam, “A data-driven approach to reliability and fault analysis in industrial maintenance,” IFAC-PapersOnLine, vol. 58, no. 9, pp. 97–102, 2024, doi: 10.1016/j.ifacol.2024.07.378.

[11] E. A. Elsayed, Reliability Engineering, 2nd ed. Hoboken, NJ, USA: John Wiley & Sons, 2012.

[12] C. Ebeling, An Introduction to Reliability and Maintainability Engineering, 2nd ed. Long Grove, IL, USA: Waveland Press, 2010.

[13] ดุษดี มุกดา, รสสุคนธ์ ทับพร, และ สุชัจซ์ ภู่เสถียรพันธ์, "การปรับปรุงประสิทธิภาพของกลุ่มรถบรรทุกโดยใช้เทคนิคการจัดตั้งระบบการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน," วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, ปีที่ 13, ฉบับที่ 1, หน้า 191-205, 2567.

[14] D. C. Montgomery and G. C. Runger, Applied Statistics and Probability for Engineers, 7th ed. Hoboken, NJ, USA: John Wiley & Sons, 2018.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

25-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

[1]
สาระคำ ร. และ กล่อมจิตร ป., “การปรับปรุงแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเครื่องจักรของสายการผลิตเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ชนิดกระป๋อง”, JEIT, ปี 4, ฉบับที่ 4, น. 1–19, ส.ค. 2026.