การพัฒนาชุดฝึกระบบไฟฟ้าในงานปรับอากาศรถยนต์สันดาปภายในแบบโมดูลสำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดฝึกระบบไฟฟ้าในงานปรับอากาศรถยนต์สันดาปภายในแบบโมดูลสำหรับนักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ 2) ประเมินความเหมาะสมของชุดฝึกที่พัฒนาขึ้น 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชางานปรับอากาศรถยนต์ระหว่างกลุ่มที่เรียนด้วยชุดฝึกแบบโมดูลกับกลุ่มที่เรียนด้วยวิธีปกติ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มควบคุม 20 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มกลุ่มเรียนด้วยเทคนิคการจับฉลาก เครื่องมือวิจัยมีชุดฝึกระบบไฟฟ้าแบบโมดูล 4 ฐานการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ใบงานปฏิบัติงาน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน สถิติทดสอบทีแบบกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระจากกัน และการคำนวณขนาดอิทธิพล ผลการวิจัยพบว่า ชุดฝึกและชุดการสอนที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.69 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.36 นวัตกรรมชุดฝึกมีประสิทธิภาพรวมเท่ากับ 79.25/82.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ที่กำหนดไว้ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.35 ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.15 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.42 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าสถิติทดสอบทีเท่ากับ 22.48 (df = 19, p < .001) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบว่า คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์หลังเรียนของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.10 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.62 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าสถิติทดสอบทีเท่ากับ 9.11 (df = 38, p < .001) และมีขนาดอิทธิพลของโคเฮนอยู่ในระดับสูงมาก Cohen's d = 2.88, 95% CI [2.05, 3.71]) ส่วนความพึงพอใจของกลุ่มทดลองในภาพรวมทุกมิติมุมมองอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.30 นอกจากนี้การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ครุศาสตร์พบว่า ชุดฝึกมีต้นทุนจัดสร้างต่ำเพียง 28,500 บาทต่อชุด ลดต้นทุนงบประมาณครุภัณฑ์ลงร้อยละ 76.25 มีอัตราส่วนต้นทุนประสิทธิผลต่ำเพียง 196.55 บาทต่อคะแนนพัฒนาการ และลดอัตราการขาดเรียนหรือทิ้งการเรียนกลางคันเหลือร้อยละ 0.00 ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงเครื่องมือฝึกปฏิบัติการและประหยัดงบประมาณเชิงระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
อนึ่งผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการที่ปรากฏเผยแพร่ในวารสารฯ เป็นความคิดเห็นอิสระของผู้แต่ง โดยผู้แต่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากบทความเผยแพร่นั้น ซึ่งกองบรรณาธิการและคณะผู้จัดทำวารสารฯ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป
เอกสารอ้างอิง
Jumpanoi, P. and Kasrisom, A. 2025. "An Analysis of The Economic Interdependencies of The Next – Generation Automotive Industry Under Shaped by Thailand 4.0," Journal of Business, Innovation and Sustainability (JBIS). 20(1). [Online]. Available: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/BECJournal/article/view/272886
Department of Land Transport. 2025. "Registered Motor Vehicle Statistics in Thailand 2025," Bangkok: Ministry of Transport. (in Thai)
SAE International. 2020. Safety Standards for Motor Vehicle Refrigerant Vapor Compression Systems, SAE Standard J639, rev. Dec. 2011. [Online]. Available: https://www.sae.org/standards/content/j639_201112/
Daly, S. 2011. Automotive Air-Conditioning and Climate Control Systems. Oxford, UK: Butterworth-Heinemann.
omdoy, C. 2017. "The Development and Sustainability of the Automotive Parts Business in Thailand," Ph.D. dissertation, Dept. of International Graduate Studies, Burapha Univ., Chonburi, Thailand. (in Thai)
Campbell, D. T. and Stanley, J. C. 1963. Experimental and Quasi-Experimental Designs for Research. Chicago: Rand McNally.
Thammacharoenwit, S., Somphongtham, C. and Srisurin, K. 2021. "The Development of Skill Training Kits Accompanying Project-Based Learning Management in Automotive Air Conditioning Course on Compressor for Vocational Certificate Students," Journal of MCU Ubon Review. 6(3): pp. 153–164. (in Thai)
Poonphongswasdiphan, P. and Dechakampu, N. 2020. "The Development of Car Air Conditioning Training Kit," Kurusapha Withayajarn. 1(1): pp. 84-95. (in Thai) [Online]. Available: https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/withayajarnjournal/article/view/240049
Chaiphia, E., Juntachum, N. and Warakul, P. 2021. "The Development of Training Course on Modern Automotive Technology for Teachers of Auto Mechanics Department under Vocational Education Commission Office in Northeast of Thailand," RMU. J. 15(3): pp. 182–191. (in Thai)
Bang Sapan Vocational College. 2021. "Development of Teaching Media for the Automotive Driving Course Module," Project report. Prachuap Khiri Khan: Bang Sapan Vocational College. (in Thai)
Sweller, J. 1988. "Cognitive Load During Problem Solving: Effects on Learning," Cognitive Science. 12(2): pp. 257-285.
Cohen, J. 1988. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences, 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Shafieek, M. S. M., Ismail, A. and Razali, S. S. 2024. "Impact of Digitalization on Automotive Technology Curriculum Concerning Student Psychomotor Achievement," Journal of Advanced Research in Applied Sciences and Engineering Technology. 37(2): pp. 141–155. [Online]. Available: https://semarakilmu.com.my/journals/index.php/applied_sciences_eng_tech/article/view/3295