ผลของการออกกำลังกายมวยไทยที่มีต่อดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ ไขมันใต้ผิวหนังใน นักศึกษาหญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการออกกำลังกายมวยไทยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนัง และเพื่อเปรียบเทียบการออกกำลังกายมวยไทยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนังกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาหญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกาย 23 กิโลกรัม/ตารางเมตร ขึ้นไป) จำนวน 10 คน อายุ 18 - 24 ปี โดยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่วางไว้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ โปรแกรมการออกกำลังกายมวยไทย ใช้เวลาในการฝึก ทั้งหมด 8 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วันโดยทำการฝึกทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ใช้เวลาในการฝึก 60 นาทีต่อวัน ประเมินระดับตัวชี้วัดภาวะน้ำหนักเกิน ได้แก่ ระดับดัชนีมวลกาย และระดับเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนัง ด้วยการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการฝึกของระดับดัชนีมวลกายและระดับเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนังโดยค่าสถิติ Paired t-test
ผลการศึกษา พบว่า ภายหลังการฝึกออกกำลังกายมวยไทย 8 สัปดาห์ ค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงของระดับดัชนีมวลกาย (24.68 ± 3.34) และเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนัง (33.42 ± 3.49)ของกลุ่มตัวอย่าง ลดลงกว่าก่อนเข้าร่วมการออกกำลังกายมวยไทย ระดับดัชนีมวลกาย (26.38 ± 3.39)และเปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนัง (36.72 ± 3.40) ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จะเห็นได้ว่าโปรแกรมการออกกำลังกายมวยไทยที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้น มีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้กับนักศึกษาหญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกินได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จันทร์เพ็ญ เลิศวนวัฒนา, วรรัตน์ สุขคุ้มล, วราณี สัมฤทธิ์ และนันทยา เสนีย์. (2564). ผลของการ
ออกกําลังกายด้วยยางยืดและการควบคุมอาหารต่อสตรีวัยผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์
มาตรฐาน. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 14(1), 112-121.
จารุวรรณ ภู่สาลี และสุนิดา ปรีชาวงษ์. (2557). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เน้น
การเต้นแอโรบิกแบบมวยไทยต่อความดันโลหิตและดัชนีมวลกายของผู้ที่มีภาวะความดัน
โลหิตเกือบสูง. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 218-225.
ชยุต ทะระพงษ์, ปรียาภรณ์ ธนะพงศ์วิศาล, พงศ์พันธ์ วิเชียรวรรณ์, รัตนาภรณ์ นามวงษ์,
ทวีวัฒน์ เวียงคำ, และวีระพงษ์ ชิดนอก (2562). ผลการฝึกมวยไทยต่อการระบายอากาศ
สูงสุดของผู้ที่มีภาวะอ้วน. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ, 20(1), 88-98.
ณัฐพล ประภารัตน์. (2555). ผลของการเต้นแอโรบิกแบบมวยไทยที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและความ
พึงพอใจ [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. https://bit.
ly/3zHUcQO.
ดรุณวรรณ สุขสม. (2561). การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
ดำรง กิจกุศล. (2540). คู่มือการออกกําลังกาย. หมอชาวบ้าน.
ต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล. (2559). การสร้างรูปแบบการออกกําลังกายด้วยศิลปะมวยไทยโบราณสำหรับ
เยาวชน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 39(2), 77-86.
นฤมล ลีลายุวัฒน์. (2553). สรีรวิทยาของการออกกำลังกาย. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
พงศกร สังข์เงิน และรัชนี ขวัญบุญจัน. (2558). ผลของการจัดโปรแกรมสุขภาพที่มีต่อน้ำหนักและ
เปอร์เซ็นต์ไขมันของนักเรียนประถมศึกษาที่มีภาวะน้ำหนักเกิน. วารสารอิเล็กทรอนิกส์
ทางการศึกษา (OJED), 10(1), 189-199.
วัชรินทร์ เสมามอญ. (2562). ผลการใช้โปรแกรมการลดน้ำหนักสำหรับนักศึกษาที่มีภาวะน้ำหนักเกิน.
วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 5(2), 61-70.
อัลเลียตส์ บือแนดามา, รายาศิต เต็งกูสุลัยมาน และก้องเกียรติ เชยชม. (2563). การเปลี่ยนแปลง
ส่วนประกอบของร่างกายด้วยโปรแกรมการฝึกมวยไทยในประชาชนหญิงอายุ 20-35 ปี.
วารสารมหาวิทยาลัยมหามกฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 10(2), 488-498.
Cheema, B. S., Davies, T. B., Stewart, M., Papalia, S., & Atlantis, E. (2015). The feasibility
and effectiveness of high-intensity boxing training versus moderate-intensity
brisk walking in adults with abdominal obesity: a pilot study. BMC Sports
Sci Med Rehabil, 7(3), 1-8.
Jih, J., Mukherjea, A., Vittinghoff, E., Nguyen, T. T., Tsoh, J. Y., Fukuoka, Y., Bender,
M. S.,Tseng, W., & Kanaya, A. M. (2014). Using appropriate body mass
index cut points for overweight and obesity among Asian Americans.
Preventive Medicine, 65, 1-6.