การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพเทคโนโลยีการแปรรูปเมล็ดกาแฟโรบัสต้าเพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับเกษตรกรรายย่อย
Main Article Content
บทคัดย่อ
เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้าในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่มีศักยภาพในการนำผลผลิตมาทำการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าเนื่องจากขาดเทคโนโลยีที่เหมาะสม จึงทำให้ขายผลผลิตได้ราคาต่ำเนื่องการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการผลผลิตเมล็ดกาแฟหลังการเก็บเกี่ยว และ 2) พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพเทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งประกอบด้วยเครื่องกะเทาะเปลือกและเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟ ผลจากการศึกษาบริบทของเกษตรกรพบว่าร้อยละ 95 ของเกษตรกรในพื้นที่นิยมขายผลผลิตในรูปแบบของเมล็ดกาแฟดิบ ราคาเพียงกิโลกรัมละ 8-12 บาท ส่วนผลการประเมินประสิทธิภาพของเครื่องกะเทาะเปลือกเมล็ดกาแฟด้วยการปรับตั้งระยะความห่างของชุดหินขัดและชุดยางขัด 3 ระดับ คือ 2, 3 และ 4 มิลลิเมตร ที่ความเร็วรอบแกนเพลาคงที่ 24 รอบต่อนาที พบว่าการปรับตั้งระยะห่างชุดหินขัดที่ระยะห่าง 2 มิลลิเมตร จะให้ค่าเฉลี่ยของสัดส่วนเมล็ดที่ไม่แตกสูงที่สุด 58.50% แต่ความแตกต่างนี้ยังไม่มีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับระยะห่าง 3 และ 4 มิลลิเมตร ส่วนผลการประเมินประสิทธิภาพของเครื่องคั่วเมล็ดสารกาแฟ พบว่าระดับการคั่วที่แตกต่างกัน (อ่อน, กลาง, เข้ม) มีผลทำให้น้ำหนักของเมล็ดกาแฟหลังคั่วแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติค่า P-value (< 0.001) ซึ่งน้อยกว่าระดับนัยสำคัญ 0.05 อย่างชัดเจน อีกทั้งยังพบว่าระดับการคั่วส่งผลต่อความชื้นของเมล็ดกาแฟหลังคั่วอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P-value ที่ระดับ 0.009 โดยเมล็ดกาแฟคั่วระดับอ่อนมีความชื้นเฉลี่ยสูงสุด 8.20% ในขณะที่ระดับกลางและความเข้มมีความชื้นลดหลั่นลงมาตามลำดับ 7.88% และ 7.26% จึงสรุปได้ว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมานี้มีศักยภาพในการช่วยให้เกษตรกรสามารถแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ และส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปกาแฟในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการเกษตร. (2563). สถานการณ์กาแฟ. จาก https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2020/05/สถานการณ์กาแฟ_พฤษภาคม63.pdf
ขนิษฐา บุญคำมา. (2564). แนวทางการส่งเสริมการผลิตกาแฟของเกษตรกรในอำเภอทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ถวัลย์ มะลิซ้อน และเผชิญ จันทร์สา. (2555). เครื่องคั่วเมล็ดกาแฟราคาถูกสำหรับชุมชน. ใน การประชุมวิชาการข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2555 (น.1229-1234). มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
นพดล อุปถัมภ์. (2559). การผลิตและเทคนิคการเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอาราบิก้าในจังหวัดน่าน. (วิทยานิพนธ์เกษตรศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ปรานต์ เมฆอากาศ, สุกัญญา สืบแสน, กันตา แสงวิจิตร, และนงนุช ศรีเล็ก. (2567). ระบบควบคุมเครื่องคั่วกาแฟลมร้อนและตรวจวัดระดับการคั่วกาแฟด้วยเทคนิคการควบคุมพีไอดี และแมชชีนเลิร์นนิง. ใน รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการประชุมวิชาการระดับชาติพะเยาวิจัย ครั้งที่ 13 (น.874-880). มหาวิทยาลัยพะเยา.
พิมล วุฒิสินธุ์. (2553). การพัฒนาเครื่องลอกเปลือกสดพร้อมขัดเมือกขนาดที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการเกษตร.
เมล็ดกาแฟโรบัสตา: มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 5700-2552. (2552). กรุงเทพฯ: สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ.
สันติพงษ์ บริบูรณ์, สัจจา บรรจงศิริ และวนาลัย วิริยะสุธี. (2567). ปัจจัยความสำเร็จการจัดการการผลิตกาแฟโรบัสต้าของสมาชิกแปลงใหญ่กาแฟ หมู่ 7 ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง.วารสารวิชาการร้อยแก่นสาร, 9(11), 1037-1053.
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. (2566). เมล็ดกาแฟ - การตรวจสอบด้วยการดมและตรวจพินิจและการหาสิ่งแปลกปลอมและข้อบกพร่อง : มอก. 3678-2566. จาก https://service.tisi.go.th/tisi-standard-shop/item/tis/7651
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2564). กาแฟปี 2563 (ปีเพาะปลูก 2563/64). จาก http://mis-app.oae.go.th/product
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2565). กาแฟ. สืบค้น 12 มีนาคม 2567, จาก https://mis-app.oae.go.th/product/กาแฟ
เสกสรรค์ วินยางค์กูล, กมลพรรณ จันทรา, และนันธชัย เต๋จาติ๊บ. (2564). การวัดระดับความเข้มของสีเมล็ดกาแฟ โดยใช้การประมวลผลภาพแบบฮิสโทแกรมสำหรับการแบ่งระดับเกรดของการคั่วเมล็ดกาแฟ. วารสาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 22(3), 10-20.
Bolka, M., & Emire, S. (2020). Effects of coffee roasting technologies on cup quality and bioactive compounds of specialty coffee beans. Food science & nutrition, 8(11), 6120-6130.
Schenker, S., Heinemann, C., Huber, M., Pompizzi, R., Perren, R., & Escher, R. (2002). Impact of roasting conditions on the formation of aroma compounds in coffee beans. Journal of food science, 67(1), 60-66.