ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่ม ของบุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

Main Article Content

ประเสริฐ ชมมอญ
มัณฑนา กลมเกลียว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่ม ของบุคลากร


และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างได้มาจาก การเลือกเฉพาะเจาะจง


(Purposive sampling) เป็นนักศึกษาและบุคลากรจำนวน 20 คน มีค่าเฉลี่ย อายุ 29.59 ± 7.20 ปี


น้ำหนัก 58.34±4.20 กิโลกรัมและส่วนสูง = 158.34±7.20 เซนติเมตร เครื่องมือประกอบด้วย 1) โปรแกรม


การออกกำลังกายแบบกลุ่ม คือมวยไทย แอโรบิก สเต็ปแอโรบิก โยคะ ซุมบ้า และเพาเวอร์ปั้ม สัปดาห์


ละ 5 ครั้ง คือวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี และวันศุกร์ วันละ 45-60 นาที เป็นเวลา 8 สัปดาห์


2) แบบสอบถามคุณภาพชีวิตมาตรฐาน (SF 36) และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจทดสอบก่อนทดลอง


และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบ


ความแตกต่างภายในกลุ่มด้วย Dependent Samples t-test


ผลการวิจัยพบว่า


  1. หลังสิ้นสุดโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่มต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่าง

มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพชีวิตดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 9.60 คะแนนแบบสอบถามคุณภาพชีวิต


ด้าน อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ความสดชื่นมีชีวิตชีวา การประกอบกิจกรรมทางสังคม และสุขภาพ


จิต ดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


  1. กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่ม

อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.59 S.D. = 0.52)


สรุปการฝึกด้วยโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่มส่งผลให้คุณภาพชีวิตของบุคลากร


และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามดีขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชมมอญ ป., & กลมเกลียว ม. (2022). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่ม ของบุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. วารสารวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 1(1), 100–110. สืบค้น จาก https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/jsetRMU/article/view/3863
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2561). สถานการณ์การดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs).

กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี : ม.ป.พ.

ชัชวาลย์ รัตนพร. (2555). แอโรบิกแดนซ์. เอกสารประกอบการเรียนการสอน. สถาบันการพลศึกษา

วิทยาเขตมหาสารคาม.

ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร. (2561). ค่าใช้จ่ายสาธารณะด้านสุขภาพของไทยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา

ประเทศไทย (TDRI). สำนักข่าวอิสระ เขียนเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561.

ทศพร จิรกิจวิบูลย์. (2558).การศึกษาคุณภาพชีวิตในการทำงานและแนวทางในการปฏิบัติงานที่ดี

ที่มีผลต่อการสร้างแรงจูงใจต่อพนักงานระดับปฏิบัติการในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร

จังหวัดชลบุรี [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

ประสิทธิ์ กมลพรมงคล, ยุวดี รอดจากภัย, บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ และอนามัย เทศกะทึก (2560).

แนวทางการจัดการส่งเสริมการออกกำลังกายสำหรับพนักงานในสถานประกอบการ.

วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปีที่,12(1), 51-62.

ผจญ เฉลิมสาร. (2540). คุณภาพชีวิตการทำงาน. วารสารเพื่อการเพิ่มผลผลิต, 2(7), 23.

พรรณทิพา ศักดิ์ทอง. (2550). คุณภาพชีวิตที่เกี่ยวกับสุขภาพ (Health-Related Quality of Life).

วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 327-337.

เรณุมาศ มาอุ่น (2548). คู่มือดำเนินการเคลื่อนไหวร่างกาย/ออกกำลังกายสำหรับบุคลากรใน

สถานประกอบการภาคการผลิต (โรงงานอุตสาหกรรม). กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ,

กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข.Preventive Medicine, 65, 1-6.

ศุภนิธิ ขำพรหมราช. (2554). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยมินิฟิตบอลที่มีต่อสุขสมรรถนะ

และคุณภาพชีวิตในหญิงวัยทำงาน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย.