ความสัมพันธ์ระหว่างช่องเปิดต่อปริมาณแสงธรรมชาติภายในสิมอีสาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอการศึกษามุ่งเน้นในวัตถุประสงค์ความสัมพันธ์ระหว่างช่องเปิดต่อปริมาณแสงธรรมชาติภายในสิมอีสานเป็นสำคัญ ในคำอธิบายดังกล่าวจึงแสดงข้อมูลหลักฐานทางกายภาพที่มีความสำคัญให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ต่อการทำกรรมกิจกรรมของพระสงฆ์ พีธีสังฆกรรมในสิม ต่อความเคร่งครัด จารีต ฮีตสิบสอง และพื้นที่ สังฆกรรม ตามพุทธบัญญัติ ในความสัมพันธ์ภายในพื้นที่ความสัมพันธ์สัดส่วนร่างกาย ต่อกิจกรรม สังฆกรรม รวมถึงความสัมพันธ์พื้นที่ภายในทางสถาปัตยกรรมต่อทฤษฎีการประเมินแสงธรรมชาติ ปัจจัยอิทธิพลด้านรูปแบบ ลักษณะจากภายนอกสถาปัตยกรรมประเพณีสิมอีสานอาจส่งผลในการก่อรูปใหม่ที่พบการละทิ้งความสำคัญต่อพื้นที่สำคัญในตำแหน่งที่สำคัญต่อพื้นที่ประกอบพิธีประเพณี สังฆกรรมของพระสงฆ์ ซึ่งเพียงพอต่อการมองเห็นในการรับรู้ถึงตำแหน่งจุดเคารพ ผลค่าปริมาณแสงสว่างในพื้นที่ภายในโบสถ์, สุเหร่า, วิหาร (church body), คุณภาพปริมาณแสงสว่างในพื้นที่อาคาร ที่ 300 lx พบผลค่าปริมาณแสงสว่างที่เหมาะสมต่อการอ่านหนังสือ (reading lighting) เก้าอี้, แท่นบูชา, ธรรมาสน์ (chair, altar, pulpit) และ คุณภาพปริมาณแสงสว่างในพื้นที่อาคาร ที่ 500 lx ส่วนใหญ่คุณภาพปริมาณแสงสว่างในพื้นที่อาคารที่เหมาะสม มักพบในสิมโปร่งหรือสิมโถง รูปแบบไม่มีหลังคาปีกนกยื่นรอบทั้ง 4 ด้าน ยกเว้นด้านหน้า ซึ่งลักษณะสิมทึบหรือสิมแบบก่อผนังทึบทั้ง 4 ด้าน อาจไม่พบความต่างเมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบไม่มีหลังคาปีกนกยื่นรอบทั้ง 4 ด้าน แตกต่างมากนักเมื่อเปรียบเทียบปริมาณความสว่าง เมื่อสังเกตต่อไปพบว่าระดับปริมาณความสว่าง ตั้งแต่บริเวณขอบด้านบนของช่องเปิด ระดับปริมาณแสงสว่างจะแสดงผลค่าต่ำกว่า 50 lx ซึ่งแสดงถึงระดับของการมองเห็นในคนปกติที่ไม่ชัดเจน คำอธิบายอีกประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาพจิตรกรรมฝาผัง ฮูปแต้ม มักพบว่า สีที่ใช้วาดและองค์ประกอบเรื่องราวที่สำคัญของภาพฮูปแต้ม จะเน้นวาดบริเวณเหนือขอบช่องเปิดบานหน้าต่างขึ้นไปเสมอ ความเสื่อมโทรมของสีและองค์ประกอบภาพ ฮูปแต้ม ในปัจจุบันที่พบจากการสำรวจศึกษา ยังคงสภาพในรายละเอียดที่ยังปรากฎอยู่อย่างสมบูรณ์ในบางตำแหน่งที่หากจากช่องเปิด อย่างไรก็ตาม รูปแบบลักษณะของสิมทึบที่ก่อผนังทึบทั้ง 4 ด้าน หรือสิมโปร่ง ในความกลายเปลี่ยนเพิ่มเติมเครื่องมุง หากจะยังคงดำรงอยู่และพบเห็นในปัจจุบัน แต่ในบางแห่งพบการปรับรูปแบบ ลักษณะของโครงสร้างภายในพื้นที่ หากแต่ไม่ได้คำนึงถึง ระดับคุณภาพปริมาณแสงสว่างมีความเหมาะสมต่อกิจกรรมในยุคสมัยร่วมสังคมที่วิวัฒนาการกลายเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตในค่านิยมความสะดวก กระชับด้วยเวลาประกอบพิธีประเพณีต่างจากความดั่งเดิม ลักษณะรูปแบบโครงสร้างหลังคาในวัสดุ การประณีตของภูมิปัญญาเชิงช่างพื้นถิ่น และระยะเครื่องมุงส่งผลต่อปีกนกที่ยื่นโดยรอบเพื่อวัตถุประสงค์บางสิ่ง ที่ไม่สอดคล้องต่อรูปลักษณะของสถาปัตยกรรมประเพณีสิมอีสาน อาจถูกสร้างขึ้นจากการก่อรูปเพื่อรักษาให้โครงสร้างของอาคารได้รับผลกระทบจาก สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ หรือเพียงเพราะปกปิดความเป็นพื้นที่ส่วนประกอบพิธีประเพณี ที่สำคัญของพระสงฆ์ต่อความสงบ เรียบง่ายเฉพาะตนในวิถีดำรงของชุมชมพื้นถิ่น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จารุบุตร เรืองสุวรรณ. (2521). ขนบธรรมเนียมประเพณีระบอบการปกครองของชาวอีสานสมัยเก่า. เอกสารสัมมนาประวัติศาสตร์อีสาน. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.
วิโรฒ ศรีสุโร. (2530). สมถะสถาปัตยกรรม. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ธิติ เฮงรัศมี, (2530). สถาปัตยกรรมในอีสานการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง เอกลักษณ์สถาปัตยกรรมอีสาน. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุวิทย์ จิระมณี. (2533). สิมพื้นถิ่นอีสานตอนกลาง. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิโรฒ ศรีสุโร. (2536). สิมอีสาน. มูลนิธิโตโยต้า สนับสนุนการจัดทําและการพิมพ์.
กฎกระทรวงฉบับที่ 55. (2543). หมวดที่ 1 ลักษณะอาคาร. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522.
ธวัช ปุณโณทก. (2547). จารีตประเพณที่ชาวอีสานได้สืบทอดต ี ่อกันมานั้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
ธวัช ปุณโณทก. (2547). วรรณกรรมอีสาน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
สมชาย นิลอาธิ. (2539). “ฮีตสิบสองและคองสิบสี่.” วารสารมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, หน้า:15-21.
ติ๊ก แสนบุญ. (2549). “สิมพื้นบ้านอีสาน ณ วัดบ้านยางช้า อํานาจเจริญ ศิลปะงานช่างเพื่อชีวิต ความพอเพียงในวิถีแห่งตน.” ศิลปวัฒนธรรม, ปีที่ 28, ฉบับที่ 2 (ธ.ค. 2549) : หน้า 52-53.
ชวลิต อธิปัตยกุล. (2552). ความสัมพันธ์เชิงช่างพืนถิ่นด้วยประเด็นสิมแบบพื้นถิ่นในอีสาน. สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี .
สุรพงษ์ จิระรัตนานนท์. (2553). รายงานฉบบสมบูรณ์โครงการการศึกษาอิทธิพลของตัวแปรที่มีผลต่อการนำแสงธรรมชาติด้านขางมาใช้ในอาคาร. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
ไธพัตย์ ภูชิสส์ชวกรณ์. (2554). “จากวาทกรรมถึงบทวิเคราะห์ : แผนผัง ที่ว่าง รูปด้าน รูปทรง และการดํารงอยู่” หน้าจั่ว, 2554 : หน้า 189-214.
ยิ่งสวัสดิ์ ไชยะกุล. (2555). แสงสว่างในสถาปัตยกรรม. ขอนแก่น: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สถาบันอาคารเขียวไทย. (2555). คู่มือสําหรับเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิงแวดล้อมไทย สําหรับการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงโครงการใหม่. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรมอุตุนิยมวิทยา. (2555). ความรู้อุตุนิยมวิทยา. กรุงเทพฯ: สาํ นักพิมพ์กรุงเทพฯ.
ติ๊ก แสนบุญ. (2560). สิมอีสานในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475. ศิลปวัฒนธรรม, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชวลิต อธิปัตยกุล. (2560). สิ่งก่อสร้าง สิม วิหาร ความพัวพันจากเมืองด่านซ้าย นาแห้ว จังหวัดเลย ถึงเมืองบ่อแตน ในประเทศลาว. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
Moore, F. (2008). Concept and Practice of Architectural Daylighting. New York: Van Nostrand Reinhold.
IESNA. ( 2 0 0 3 ) . IESNA ED- 150 - 02 , Intermediate Level Lighting Course. New Year, Illuminating Engineering Society of North America.
Egan, David M. and Olgyay, Victor W. (2002). Architectural lighting. 2nd ed. New York: McGraw Hill.
Lechner, N. (2001). Heating Cooling Lighting. 2nd ed. New York: John Wiley & Sons.
CIBSE Lighting Guide 10. (1999). Daylighting and Window design. ISBN 0-900953-98-5. CIBSE.
O’Connor, J., E.Lee, et al. (1997). Tips for Daylighting with Windows:The Integrated Approach. Berkeley, Lawrence Berkeley National Laboratory.