การศึกษาการย้ายถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเบิ้งในลุ่มแม่นํำชี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายสถานภาพของผลงานวิชาการการศึกษาที่เกี่ยวข้องการย้ายถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเบิ้งในลุ่มแม่น้าชี โดยการศึกษากลุ่มตัวอย่างผลงานทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ตั้งแต่ พ.ศ. 2527-2560 จานวน 35 รายการ ซึ่งประกอบด้วย หนังสือวิชาการ รายงานการวิจัย บทความ เอกสารประกอบ การประชุมสัมมนา และวิทยานิพนธ์ การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในด้านความต่างด้านมิติความสัมพันธ์ของพื้นที่ต่อการย้ายถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเบิ้งในลุ่มแม่น้าชี และพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม รวมถึงการตั้งข้อสันนิษฐานและประเด็นการศึกษาในมิติองค์ความรู้ที่แตกต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบสร้างข้อสันนิษฐานการย้ายถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์และความสาคัญเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม โครงสร้างทางสังคม และเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงกับการปกครองในช่วงสมัย ซึ่งสามารถจาแนกแนวทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่ศึกษาได้ ดังนี้ 1)ข้อมูลการจัดการพื้นที่ 2) ปัจจัยนิเวศวัฒนธรรม 3) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ส่งผลต่อลักษณะของกลุ่มชนหรือกลุ่มชาติพันธุ์จากการศึกษาข้อมูลทั้ง 35 รายการ พบว่า ประเด็นที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของพื้นที่ได้ ดังนี้ ชุดข้อมูลที่สามารถศึกษาเฉพาะพื้นที่บริบทวัฒนธรรมและศึกษารูปทรงเรือน แบ่งการศึกษาข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ชุดข้อมูลการการย้ายถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเบิ้งในลุ่มแม่น้าชี 12 รายการ 2) ชุดข้อมูลวิถีวัฒนธรรมบริบทกิจกรรมชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไทเบิ้ง 23 รายการ และได้ข้อสันนิฐานจากการศึกษาว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไทยเบิ้งมีการย้ายถิ่นฐานอย่างกระจัดกระจาย แต่ส่วนมากอาศัยอยู่ในอยู่ในเขตรอยต่อของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จึงทาให้มีลักษณะวัฒนธรรมผสมผสาน เพราะเป็นชุมชนที่มีปฏิสัมพันธ์กับทั้งสองภูมิภาค จากการศึกษาความสัมพันธ์ของย้ายถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเบิ้งในบริบทพื้นที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ทั้งทางด้านขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิมที่เลือนหายไป รวมถึงรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ปรับชีวิตความเป็นอยู่ ส่งผลต่อเรือนที่มีการปรับเปลี่ยนต่อเติมพื้นที่ โดยเฉพาะใช้วัสดุและเทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่เข้ามาทดแทน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
วิโรฒ ศรีสุโร, “ข้อสันนิษฐานว่าการตีหม้อที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของภาคอีสานนั้นส่วนใหญ่เป็นคนที่อพยพมาโคราชทั้งสิ้นจนมีคำกล่าวว่า ไทโคราชชอบตีหม้อแต่ลาวชอบทอผ้า”, 2528.
วิชิต คลังบุญครอง และไพโรจน์ เพชรสังหาร, เฮือนอีสาน. ในกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน (บรรณาธิการ), สถาปัตยกรรมอีสาน, กรุงเทพฯ: เมฆาเพลส, 2535.
ชำนาญ บุญญาพุทธิพงศ์, ที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับชุมชนภาคอีสาน กรณีศึกษาจังหวัดขอนแก่น. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2535.
บันเทิง พูลศิลป์ , ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมอีสาน. ในกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน, 2530.
ธิติ เฮงรัศมี และคณะ, การศึกษารวบรวมรูปแบบบ้านพักอาศัยในชนบทอีสานแถบลุ่มน้ำชี จังหวัด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2536.
วิชิต คลังบุญครอง, สถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัยพื้นเมืองของชาวไทยอีสานกลุ่มต่างๆ ไทย-ผู้ไท. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2535.
ธาดา สุทธิธรรม, การอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานในแนวทางการมีส่วนร่วม. มูลนิธิภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมและศิลปะเอเชีย, 2554.
ถนอม ตะนา และคณะ, การขยายตัวของชุมชนเมืองลุ่มน้ำชี กรณีศึกษา เมืองร้อยเอ็ดและยโสธร. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554.
กาญจนา ตันสุวรรณรัตน์, สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นโคราช. นครราชสีมา: รจนาการพิมพ์, 2556.
บัญชา นาคทอง, การศึกษาอัตลักษณ์เรือนพื้นถิ่นชุมชนบ้านนกออก ตำบลนกออก อำเภอ ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, 2557.
Richardson, New Vernacular Architecture. Hong Kong: Laurence King, 2001.