ข้อมูลสำหรับผู้แต่ง

1. ข้อกำหนดทั่วไปและการจัดหน้า

  • ความยาวบทความ: ไม่เกิน 12 หน้ากระดาษ (ขนาด A4) และมีจำนวนคำในเนื้อหาไม่เกิน 6,500 คำ (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง)

  • รูปแบบตัวอักษร: เนื้อหาหลักใช้ฟอนต์ DilleniaUPC ขนาด 13 พอยต์ จัดพิมพ์แบบคอลัมน์คู่ (ตารางหรือรูปภาพสามารถเลือกใช้คอลัมน์เดี่ยวหรือคู่ได้ตามความเหมาะสม)

  • การตรวจสอบก่อนส่ง: ผู้แต่งต้องตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำ (Spell checked) และไวยากรณ์ (Grammar checked) ด้วยตนเอง

  • คุณสมบัติบทความ: ต้องเป็นงานวิจัยที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน และตรงตามวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร

2. ส่วนหัวของบทความ (Title & Authors)

  • ชื่อเรื่อง (Title): ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร ขนาด 20 พอยต์ (ตัวหนา) และ จัดชิดซ้าย ของหน้ากระดาษ

  • ชื่อผู้นิพนธ์ (Authors): ระบุชื่อเต็มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร ขนาด 15 พอยต์ (ตัวปกติ) และ จัดชิดซ้าย

  • สังกัดและผู้ประสานงาน (Affiliations & Corresponding Author): ระบุชื่อหน่วยงานเต็มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงข้อมูล Corresponding Author และ E-mail ใช้ตัวอักษร ขนาด 11 พอยต์ (ตัวปกติ) และ จัดชิดซ้าย

3. โครงสร้างเนื้อหาบทความ

  • บทคัดย่อ (Abstract):

    • เขียนสรุปทั้งหมดเป็น ย่อหน้าเดียว ความยาวไม่เกิน 300 คำ

    • ต้องระบุ: ความสำคัญ, วัตถุประสงค์, วิธีการวิจัยแบบย่อ, ผลลัพธ์สำคัญ และข้อสรุปหลัก

    • ต้องสื่อความหมายได้ด้วยตัวเอง (Standalone)

    • หลีกเลี่ยง: การอ้างอิงแหล่งข้อมูล, การใส่รูปภาพ/ตาราง และการใช้คำย่อที่ไม่เป็นมาตรฐาน (หากจำเป็นต้องใชั ให้เขียนนิยามคำเต็มไว้ในการปรากฏครั้งแรกทั้งในบทคัดย่อและในเนื้อหาหลัก)

  • บทนำ (Introduction):

    • สร้างพื้นฐานความรู้และอธิบายบริบทเพื่อนำไปสู่เนื้อหางานวิจัยอย่างมีเหตุผล ใช้ภาษาชัดเจนและอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง

  • วิธีดำเนินการวิจัย (Methodology):

    • งานทดลอง: อธิบายรายละเอียดให้ชัดเจนพอที่นักวิจัยอื่นสามารถทดลองซ้ำได้ (ระบุอุปกรณ์ สารเคมี เครื่องมือ ฯลฯ)

    • งานวิจัยรวบรวมข้อมูล: ระบุแนวทาง (เชิงปริมาณ/คุณภาพ) และเทคนิคการวิเคราะห์ (สถิติเชิงพรรณนา/การวิเคราะห์เชิงธีม)

    • หากใช้วิธีการที่เคยตีพิมพ์แล้ว ให้สรุปและอ้างอิงแหล่งที่มา หากปรับเปลี่ยนให้ดัดแปลงให้อธิบายเพิ่มเติม

  • ผลการวิจัยและอภิปรายผล (Results and Discussion):

    • นำเสนอผลชัดเจน กระชับ และวิเคราะห์ความสำคัญของผล (ไม่ใช่นำเสนอผลซ้ำ)

    • หลีกเลี่ยงการอ้างอิงงานอื่นมากเกินไป ควรใส่เหตุผลของผู้เขียนด้วย และไม่โต้แย้งวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ไปแล้ว

    • รูปแบบหัวข้อ: หัวข้อหลักใช้ตัวอักษร ตัวหนา 15 พอยต์ (ระยะห่างหลัง 6 พอยต์), หัวข้อรองใช้ ตัวปกติ 13 พอยต์ (ระยะห่างหลัง 6 พอยต์)

  • สรุปผล (Conclusions):

    • สรุปสาระสำคัญเป็น ย่อหน้าเดียว

    • รูปแบบหัวข้อ: ใช้ตัวอักษร ขนาด 15 พอยต์ (ระยะห่างหลัง 6 พอยต์)

  • กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements):

    • สำหรับขอบคุณแหล่งทุนหรือผู้ให้ความช่วยเหลือ (เช่น ด้านภาษา หรือการตรวจสอบ)

    • รูปแบบหัวข้อ: หัวข้อหลักใช้ ตัวหนา 15 พอยต์ (ระยะห่างหลัง 6 พอยต์), หัวข้อรองใช้ ตัวปกติ 13 พอยต์ (ระยะห่างหลัง 6 พอยต์)

4. รูปแบบการอ้างอิง (Citation & References)

  • การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation): ใช้รูปแบบแวนคูเวอร์ (Vancouver Style) โดยระบุเป็นตัวเลขในวงเล็บเหลี่ยมตามลำดับก่อน-หลัง เช่น [1], [1-2], หรือ [1,3]

    • ตัวอย่าง: กกกก [1] ขขขข [1-2] หรือ Kramer et al. (2010) [4]

  • รายการเอกสารอ้างอิง (Reference List): จัดเรียงลำดับตามหมายเลขที่ปรากฏในเนื้อหา โดยอิงรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมตามระบบ APA

    • แหล่งอ้างอิงในเนื้อหาทั้งหมดต้องมีอยู่จริงในรายการอ้างอิง และควรเป็นแหล่งที่น่าเชื่อถือ (สืบค้นได้ทั่วไป)