https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/issue/feed
วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
2026-07-07T16:21:15+07:00
รองศาสตราจารย์ ดร. ปรีชา ปัญญา
smt.kpru@gmail.com
Open Journal Systems
<p> <strong>วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี</strong> <strong>(ISSN 2822-0196 (Print), ISSN 2822-020X (Online))</strong> ได้ถูกจัดทำขึ้นให้เป็นสื่อกลางในการรวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการ สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วไป โดยไม่หวังผลกำไรในการดำเนินการต่างๆ เพื่อใช้ในการเพิ่มพูนองค์ความรู้และใช้เป็นผลงานทางวิชาการสำหรับผู้ที่สนใจในด้านวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี</p> <p><strong> รองศาสตราจารย์ ดร. ปรีชา ปัญญา</strong></p> <p><strong> หัวหน้าบรรณาธิการ</strong></p> <p> </p> <p>Copyright © คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร</p>
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/4629
วิเคราะห์การสั่นของอนุภาคมวล m แบบไม่เชิงเส้นภายใต้พลังงานศักย์ที่เป็นฟังก์ชันของตำแหน่งสมการกำลังสามตัวแปรเดียว
2026-06-16T15:53:02+07:00
อาทิตย์ หู้เต็ม
artithutem@pcru.ac.th
ศานิตย์ สุวรรณวงศ์
-@mail.com
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการสั่นของอนุภาคมวล <em>m</em> ขึ้นอยู่กับพลังงานศักย์ที่เป็นฟังก์ชันของตำแหน่ง ซึ่งเริ่มจากการคำนวณหาการกระจัดของการสั่นของอนุภาคมวล <em>m </em>ที่เป็นฟังก์ชันของเวลาโดยในงานวิจัยนี้ใช้กฎการเคลื่อนที่ข้อที่ 2 ของนิวตันและใช้วิธีการแก้สมการเชิงอนุพันธ์เพื่อหาผลเฉลย ในงานวิจัยนี้ยังสามารถคำนวณหาความเร็วของการสั่นของอนุภาคมวล <em>m </em>ที่เป็นฟังก์ชันของเวลา และความเร่งของการสั่นของอนุภาคมวล <em>m </em>ที่เป็นฟังก์ชันของเวลา พลังงานจลน์ของการสั่นของอนุภาคมวล <em>m </em>ที่เป็นฟังก์ชันของเวลา พลังงานรวมของระบบของการสั่นของอนุภาคมวล <em>m </em>ที่เป็นฟังก์ชันของเวลา</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/4630
การสร้างแบบจำลองเส้นแรงไฟฟ้าที่มีการเกิดจุดสะเทินของประจุไฟฟ้าชนิดที่เหมือนกันโดยใช้โปรแกรม Mathematica
2026-06-16T15:44:27+07:00
อาทิตย์ หู้เต็ม
artithutem@pcru.ac.th
ภัทร เที่ยงตรง
-@mail.com
<p>โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของ Point Charges, Multipoles ให้เกิดสนามไฟฟ้า จากเส้นแรงไฟฟ้า และเกิดเส้นสมศักย์ ในงานวิจัยนี้ใช้โปรแกรมทางคณิตศาสตร์ สร้างอำนาจของสนามไฟฟ้า และเส้นแรงไฟฟ้า จุดสะเทิน ขั้วคู่ และ 2 ขั้วคู่ ผลการสร้างแบบจำลองสนามไฟฟ้า ทำให้นักศึกษาสามารถเขียนเส้นแรงไฟฟ้า และจุดสะเทินไฟฟ้า โดยดูจากการเขียนตอบอธิบายในข้อสอบแบบอัตนัย นักศึกษาทั้งชั้นเรียน จำนวน 12 คน แต่มีนักศึกษาสามารถเขียนแสดงความเข้าใจเรื่องแรงไฟฟ้า และจุดสะเทินไฟฟ้า ในจำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 83</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/4638
ความสัมพันธ์ระหว่างค่าเอนโทรปีการกระจายบอลกับโอกาสในการเข้าทำประตูในพื้นที่สุดท้าย
2026-04-01T09:58:59+07:00
สรายุทธ์ พานเทียน
sarayut.p@lawasri.tru.ac.th
เยาวลักษณ์ ยามสุข
-@mail.com
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความไม่แน่นอนในการกระจายบอลด้วยการวัดค่าแชนนอนเอนโทรปีกับประสิทธิภาพในการสร้างโอกาสทำประตูในพื้นที่สุดท้าย โดยใช้ข้อมูลเหตุการณ์จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 จำนวน 15 แมตช์ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์พิกัดภูมิศาสตร์ในสนามและคำนวณค่าสถิติตามทฤษฎีสารสนเทศ โดยแบ่งพื้นที่เกมรุกออกเป็น 9 โซนย่อย ผลการวิจัยพบว่าค่าแชนนอนเอนโทรปีมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมากกับจำนวนโอกาสในการทำประตู โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (<em>r</em>) เท่ากับ 0.98 และค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (<em>R<sup>2</sup></em>) เท่ากับ 0.97 ซึ่งบ่งชี้ว่าความหลากหลายในการส่งบอลที่คาดเดาได้ยากสามารถอธิบายความผันแปรของโอกาสการทำประตูได้ถึงร้อยละ 97 สมการถดถอยเชิงเส้นระบุว่าเมื่อค่าเอนโทรปีเพิ่มขึ้น 1 บิต มีความสัมพันธ์กับโอกาสทำประตูที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.68 ครั้ง ผลลัพธ์นี้ยืนยันว่าความไม่แน่นอนของการกระจายบอลที่สำเร็จเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างพื้นที่ว่างและทำลายเกมรับที่มีความรัดกุมสูงในฟุตบอลระดับโลก</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/4770
สมบัติผลรวมและเอกลักษณ์คาสสินีสำหรับจำนวน k - ลูคัสเชิงทั่วไป
2026-05-11T10:05:58+07:00
จุฑามาส สุขแยง
jutamas@g.cmru.ac.th
<p>จำนวน k – ลูคัสเชิงทั่วไป เป็นส่วนขยายที่สำคัญของจำนวนลูคัสและมีความสัมพันธ์ทางโครงสร้างอย่างมากกับจำนวน k – ฟีโบนักชี งานวิจัยนี้ นำเสนอการศึกษาเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับสมบัติทางพีชคณิตที่สำคัญของจำนวน k – ลูคัสเชิงทั่วไป ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ โครงสร้างที่แบ่งเป็นบล็อกอย่างชัดเจน วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การนำเสนอทฤษฎีบทเอกลักษณ์คาสสินีของจำนวน k – ลูคัสเชิงทั่วไป ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพจน์ต่าง ๆ นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พิสูจน์สูตรผลรวมแบบแบ่งบล็อกและแบบสะสม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการหาผลรวมทีละ k พจน์ที่เรียงติดกันภายในบล็อกที่ m ใด ๆ ได้นำไปสู่การขยายผลลัพธ์ดังกล่าวเป็น สูตรผลรวมสะสมตั้งแต่พจน์แรกจนถึงพจน์ที่ N ใด ๆ ผลลัพธ์ที่ได้สามารถจัดให้อยู่ในรูปแบบปิดที่อาศัยเพียงค่าของจำนวนลูคัสดัชนี m-1 , m และ m+1 เท่านั้น</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/3678
การวิเคราะห์สีของภาพผลกาแฟเชอร์รี่โดยใช้การประมวลผลภาพและการเรียนรู้ของเครื่อง
2025-09-15T13:42:33+07:00
สุรัสวดี นางแล
snanglae@gmail.com
ขจรศักดิ์ งามทรง
641420007@crru.ac.th
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบค่าสีของผลกาแฟเชอร์รี่ในระยะต่าง ๆ ได้แก่ ระยะผลดิบ ผลสุก และผลสุกจัด โดยใช้การวิเคราะห์ฮิสโตแกรม (Histogram Analysis) และการแยกสี (Color Segmentation) ด้วยวิธี K-means Clustering ในระบบสี RGB จากผลการศึกษาพบว่า ในการวิเคราะห์ฮิสโตแกรมแสดงให้เห็นว่าค่าสีเขียว (Green) มีความสำคัญที่สุดในระยะผลดิบ แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในผลสุกและผลสุกจัด สะท้อนถึงการสลายตัวของคลอโรฟิลล์ ขณะที่ค่าสีแดง (Red) เพิ่มขึ้นในผลสุกและลดลงในผลสุกจัด สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีในผลกาแฟ ส่วนค่าสีน้ำเงิน (Blue) มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด แต่ช่วยสร้างสมดุลในการวิเคราะห์ ส่วนการแยกสีด้วย K-means Clustering แสดงให้เห็นว่า การกำหนดจำนวนกลุ่ม (k) ต่างกันส่งผลต่อการแยกสีอย่างชัดเจน โดย k = 3 เหมาะสำหรับการวิเคราะห์สีหลัก และ k = 4 ให้รายละเอียดเฉดสีที่มากขึ้น การใช้เทคนิคดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบุระดับความสุกของผลกาแฟ และสามารถนำไปใช้ในระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมกาแฟเพื่อปรับปรุงกระบวนการคัดแยกได้อย่างแม่นยำ</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/4597
การพัฒนาระบบเช็คชื่อเข้าเรียนด้วยเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด
2026-05-25T09:05:58+07:00
กีรศักดิ์ พะยะ
keerasak@outlook.com
ตฤณจร คำภิระยศ
trinworking2@gmail.com
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบเช็คชื่อเข้าเรียนโดยใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด ภายใต้กรอบแนวคิดวงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle: SDLC) ร่วมกับหลักการวิเคราะห์และออกแบบระบบ และแผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram: DFD) ระบบถูกพัฒนาด้วยภาษา PHP และใช้ระบบฐานข้อมูล MySQL สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล เพื่อเพิ่มความถูกต้องของการตรวจสอบการเข้าเรียน ได้มีการบูรณาการ Google Maps API เพื่อเปรียบเทียบพิกัดจากระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (Global Positioning System: GPS) กับตำแหน่งห้องเรียนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้สามารถจำกัดพื้นที่ในการลงทะเบียนเช็คชื่อได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ LINE Messaging API ระบบได้รับการออกแบบให้รองรับผู้ใช้งาน 3 ระดับ ได้แก่ ผู้ดูแลระบบ ผู้สอน และผู้เรียน โดยผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูลผู้ใช้งานและตารางการเรียนการสอนได้ ผู้สอนสามารถควบคุมการเปิดการเรียนการสอนและอนุมัติการลา ส่วนผู้เรียนสามารถเช็คชื่อเข้าเรียนผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด ผลการประเมินระบบจากแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งาน ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ความต้องการของระบบ การทำงานของระบบ การใช้งานของระบบ และความปลอดภัยของระบบ พบว่าความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.62 (S.D. = 0.48) และทุกด้านมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดเช่นเดียวกัน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของการบริหารจัดการการเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/418
การพัฒนาต้นแบบระบบแจ้งเตือนแก๊สรั่วอัตโนมัติด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์
2026-05-13T16:57:55+07:00
กาญจนา บุตรวาปี
Kanjana-bu@live.kpru.ac.th
ศิลป์ณรงค์ ฉวีพัฒน์
silnarong@kpru.ac.th
ชนินทร เฉลิมสุข
chanintornc@sau.ac.th
<p>บทความวิจัยนี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไมโครคอนโทรลเลอร์ในการพัฒนาต้นแบบระบบแจ้งเตือนแก๊สรั่วอัตโนมัติ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและควบคุมการรั่วไหลของแก๊สในครัวเรือน ระบบพัฒนาขึ้นโดยใช้บอร์ด Arduino Uno ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลหลักเพื่อรับและประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจจับแก๊ส (MQ-2) ผลการดำเนินงานพบว่าระบบสามารถแสดงผลค่าความเข้มข้นของแก๊สแบบเวลาจริง (Real-time) ผ่านจอ LCD และมีกลไกการแจ้งเตือนด้วยเสียงผ่านบัสเซอร์ทันที เมื่อตรวจพบค่าแก๊สสูงกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่กำหนดไว้คือ 60 ppm จากการทดสอบประสิทธิภาพพบว่าระบบสามารถตอบสนองต่อการรั่วไหลได้อย่างแม่นยำในระยะ 1-3 เซนติเมตร โดยมีค่าเฉลี่ยเวลาตอบสนองเร็วที่สุดที่ 1.09 วินาที ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยจากการรั่วไหลของแก๊สได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/smt/article/view/4628
การศึกษาทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (5 STEPs)
2026-02-11T14:04:24+07:00
ศศฺิธร มงคลทอง
appsasithon@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน 2) เพื่อศึกษาเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6 จำนวน 46 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบวัดทักษะการแก้ปัญหา และ2) แบบประเมินเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที (t–test dependent) ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ส่งผลให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีทักษะการแก้ปัญหาสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{X}" alt="equation" />= 4.07, S.D. = 0.80) ดังนั้น กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์และนำไปใช้ในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพ</p>
2026-07-07T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี