วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru <p><strong>วารสารวิชาการ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม<br /></strong><strong>Science Journal, Chandrakasem Rajabhat University</strong></p> <p>ISSN 2697-4584 (online)</p> <p>วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ดูแลโดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม จัดทำขึ้นพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรูปแบบบทความวิจัยและวิชาการ ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ ที่จะต้องไม่เคยเผลแพร่ในวารสารอื่นมาก่อนและต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อลงวารสารอื่น ๆ กลุ่มเป้าหมายคือ อาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัย โดยบทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะถูกพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบัน</p> <p>วารสารมีกำหนดตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม ผู้ส่งผลงานตีพิมพ์บทความเพื่อเข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์เผยแพร่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p> th-TH <p><strong>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม</strong></p> <p>ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และคณาจารย์ท่านอื่นในมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว</p> sirithip.w@chandra.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริทิพ วะศินรัตน์) thunchanoke.r@chandra.ac.th (คุณธันชนก รัตนะคุณ) Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บรรณาธิการแถลง https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/1231 <p>วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (Science Journal Chandrakasem Faculty of Science Chandrakasem Rajabhat University) ซึ่งฉบับนี้เป็นปีที่ 33 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2566 <br>โดยวารสารฉบับนี้ประกอบด้วยบทความวิจัยทั้งสิ้น 9 เรื่อง และทุกบทความได้รับการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน</p> <p>โดยวารสารออนไลน์ใช้ระบบ ThaiJO 2.0 มีหมายเลข ISSN (Online) คือ 2697-4584 และวารสารเป็นเล่ม มี ISSN (Print) คือ 1685-0491 ซึ่งวารสารมีกำหนดออกปีละ 2 ฉบับ (ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม) วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ ของอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ จากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ทั้งบทความวิจัยและบทความวิชาการ ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารวิชาการวิทยาศาสตร์มุ่งมั่นที่จะปรับระดับคุณภาพของวารสารให้พร้อมที่จะเข้าสู่การประเมินคุณภาพวารสารในฐาน TCI ต่อไป</p> <p>กองบรรณาธิการวารสารขอขอบคุณผู้นิพนธ์บทความทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในการส่งบทความ จำนวน<br>9 บทความ (บทความภายใน 1 บทความ และบทความภายนอก 8 บทความ) เพื่อตีพิมพ์ในวารสารฯ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2566 กองบรรณาธิการฯ ขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่กรุณาสละเวลาในการตรวจสอบคุณภาพของบทความและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ยิ่ง สุดท้าย ขอขอบคุณ ทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้รูปเล่มของวารสารให้มีความสมบูรณ์</p> ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อำนาจ สวัสดิ์นะที Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/1231 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 สัมประสิทธิ์การลดทอนและระยะทางอิสระเฉลี่ยรังสีแกมมาพลังงาน 60, 290, 404, 566 and 662 keV ของผลึกซินทิลเลชัน PbWO4 และ CdWO4 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/541 <p style="font-weight: 400;">งานวิจัยนี้ได้ทำการวัดค่าสัมประสิทธิ์การลดทอนและระยะทางอิสระเฉลี่ยรังสีแกมมาพลังงาน 60, 290, 404, 566 and 662 keV ของผลึกซินทิลเลชัน PbWO<sub>4</sub> และ CdWO<sub>4</sub> โดยวิธีการทะลุผ่านของรังสีแกมมา รังสีแกมมา 60 and 662 keV ได้มาจากแหล่งกำเนิด <sup>241</sup>Am และ <sup>137</sup>Cs ตามลำดับ ส่วนรังสีแกมมา 290, 404 และ 566 keV ได้มาจากการกระเจิงคอมป์ตันของรังสีแกมมาพลังงาน 662 keV (แหล่งกำเนิด<sup>137</sup>Cs) ที่มุมการกระเจิง 90<sup>°</sup>, 60<sup>°</sup> และ 30<sup>°</sup> ค่าสัมประสิทธิ์การลดทอนและระยะทางอิสระเฉลี่ยรังสีแกมมาที่วัดได้จากการทดลองถูกนำไปเปรียบเทียบกับค่าที่คำนวณจากโปรแกรม WinXComสำหรับผลึกที่ศึกษา ในช่วงพลังงาน 1 – 1000 keV</p> กฤติยา ศรีบุญเพ็ง, วีระพงศ์ จิ๋วประดิษฐ์กุล, นิมิตร กิมประพันธ์, ภาณุวัฒน์ ซิมะลาวงค์, กรวีร์ ว่องวิกย์การ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/541 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 การคัดเลือกแนวการจัดการสอนการพัฒนาโปรแกรมโดยวิธีกระบวนการวิเคราะห์แบบเชิงชั้น https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/635 <p>การสอนการพัฒนาโปรแกรมให้ นักศึกษา ให้มีความเข้าใจ และมีทักษะสามารถพัฒนาโปรแกรมได้จริงเป็นสิ่งท้าทายต่อผู้สอนที่จะดำเนินการด้วยนวัตกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ต่างๆที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถบรรลุสมรรถนะที่กำหนดไว้ งานวิจัยนี้ได้กำหนดเงื่อนไขในการจัดการสอนในสามประเด็นหรือเงื่อนไข&nbsp; ซึ่งประกอบด้วยเงื่อนไข ประสบการณ์ของผู้สอน ความพร้อมให้บริการของห้องปฏิบัติการ และ ข้อจำกัดด้านเวลาของรายวิชา การทดลองได้สอบถามกลุ่มคณาจารย์ผู้สอนวิชาด้านการโปรแกรมจำนวนห้าท่านเพื่อหาค่าความคิดเห็นโดยเฉลี่ย ค่านี้ได้ถูกนำมาวิเคราะห์หานวัตกรรมการสอนที่คณาจารย์มีความเห็นว่าจะช่วยสงเสริมให้ผู้เรียนได้ดี ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าวิธีการจัดการสอนแบบ Typical teaching, Flipped class room และ Community of practice มีค่าความสำคัญหรืออรรถประโยชน์ที่คณาจารย์ให้ความสำคัญที่ระดับ 8.1%, 26.9%, 64.9% ตามลำดับ ผู้เรียนจำนวนสามสิบห้าคนได้ถูกแบ่งเป็นสามกลุ่มกลุ่มละสิบห้าคน มีการวัดผลก่อนเข้าสู่บทเรียนที่ใช้วิธีจัดการการสอนในสามวิธี ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าสู่ระบบการเรียนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากสามรูปแบบ ผลการตรวจสอบพัฒนาการของการเรียนพบว่ากลุ่ม Typical teaching มีค่าคะแนนผลการทดสอบเพิ่มขึ้นที่ 19.35% วิธี Flipped class room มีค่าคะแนนผลการทดสอบเพิ่มขึ้นที่ 37.29% และ Community of practiceมีค่าคะแนนผลการทดสอบเพิ่มขึ้นที่ 44.26%</p> สมชาย ปราการเจริญ, วิเชียร ศรีพระจันทร์, สุภาคย์ ดุลยสัมพันธ์, ธวัชชัย งามสันติวงศ์, สุชาดา รัตนคงเนตร Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/635 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างและแบ่งปันการจัดกิจกรรมร่วมกัน https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/651 <p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างและแบ่งปันการจัดกิจกรรมร่วมกัน 2. ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างและแบ่งปันการจัดกิจกรรมร่วมกัน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ กลุ่มนักศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้มาโดยวิธีการสุมแบบชั้นภูมิ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างและแบ่งปันการจัดกิจกรรมร่วมกัน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะหขอมูล คือ คาเฉลี่ยเลขคณิต () และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบวา 1) เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างและแบ่งปันการจัดกิจกรรมร่วมกันมีฟังก์ชันหลักคือ <br />1) สร้างข้อมูลการจัดกิจกรรม 2) แบ่งปันข้อมูลกิจกรรม 3) สนทนาออนไลน์ สามารถทำงานได้บนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทุกชนิด เขียนคำสั่งภาษาจาวาสคริปต์ ด้วยวิชวลสตูดิโอโค้ด ใช้มายเอสคิวแอลจัดการข้อมูลด้วยคำสั่งเอสคิวแอล 2) ผูใช้มีความพึงพอใจตอเว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างและแบ่งปันการจัดกิจกรรมร่วมกัน โดยรวมในระดับมาก ( = 4.16, S.D. = 0.62) เมื่อพิจารณารายด้านพบวา ผูใช้มีความพึงพอใจด้านการใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน ( = 4.27, S.D. = 0.62) แสดงให้เห็นว่าเว็บแอปพลิเคชันนี้ตอบสนองความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน</p> เอก บำรุงศรี, สายยาใจ พึ่งประชา, พชร ฮัววานิช, ณัฐพงษ์ บุตรหงส์ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/651 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 การตรวจจับและกำจัดเสียงหอนในระบบเสียงสาธารณะ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/655 <p>บทความนี้นำเสนอการตรวจจับและกำจัดเสียงหอนในระบบเสียงสาธารณะ ระบบที่นำเสนอมีส่วนประกอบหลักสองส่วนคือตัวตรวจจับและตัวกำจัดสัญญาณเสียงหอน เนื่องจากเสียงหอนเป็นสัญญาณแบบสุ่มที่ไม่ทราบค่าแอมปลิจูด ความถี่ และเฟส ที่แน่นอน ดังนั้นจึงได้นำตัวกรองนอตช์ปรับตัวได้มาใช้แก้ปัญหาเสียงหอน ในการตรวจจับการมีของเสียงหอนในระบบนั้นเราจะตรวจสอบจากค่าสัมประสิทธิ์ของตัวกรองนอตช์ ส่วนสัญญาณที่ผ่านการกำจัดเสียงหอนแล้วจะวัดจากเอาต์พุตของตัวกรองนอตช์ ผลการทำงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์พบว่า ตัวตรวจจับเสียงหอนสามารถทำงานได้ดีในช่วงความถี่ 500 Hz – 4000 Hz ที่ความถี่สุ่ม 8000 Hz และที่อัตราความแรงของเสียงหอนร้อยละ 100 ของระดับสูงสุดของสัญญาณเสียงพูด</p> ราชู พันธ์ฉลาด, ประยุทธ อินแบน Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/655 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาของสารสกัดเส้นใยเห็ดหลินจือเขากวางด้วยเอทานอล https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/658 <p>มะเร็งผิวหนังประเภทเมลาโนมา เป็นมะเร็งที่พบว่ามีอุบัติการณ์สูงมากขึ้นทุกปี มีความรุนแรงและเป็นสาเหตุการตายถึงร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนังทั้งหมด ทั้งนี้แนวทางรักษาปัจจุบัน เช่น การผ่าตัด ยาเคมีบำบัดและรังสีรักษาส่งผลข้างเคียงกับผู้ป่วย ดังนั้นการศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาแบบใหม่จึงมีความจำเป็น จากรายงานพบว่าสารสกัดจากดอกเห็ดหลินจือเขากวางมีฤทธิ์ต้านมะเร็งชนิดต่าง ๆ แต่ยังไม่มีการรายงานฤทธิ์ต้านมะเร็งผิวหนังประเภทเมลาโนมา ในงานวิจัยชิ้นนี้จึงมีจุดประสงค์ในการศึกษาฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (A375) ของสารสกัดเส้นใยเห็ดหลินจือเขากวางด้วยเอทานอล ผลการศึกษาความเป็นพิษด้วยเทคนิค MTT พบว่าความเข้มข้นที่สูงขึ้นของสารสกัดเส้นใยเห็ดหลินจือเขากวางแปรผันตรงกับความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง A375 แต่มีความเป็นพิษที่ต่ำมากในเซลล์ปกติ (Vero) สำหรับผลการศึกษาการติดฉลากเซลล์ด้วย Annexin V พบว่าที่ความเข้มข้น 250 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตรของสารสกัดเห็ดสามารถเหนี่ยวนำโปรแกรมการตายของเซลล์มะเร็ง A375 ได้ในระดับอ่อน และผลการศึกษาด้วยเทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่พอลีเมอเรสแบบเวลาจริง พบว่าความเข้มข้น 250 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตรของสารสกัดเห็ดสามารถลดการแสดงออกของยีน signal transducer and activator of transcription 1 (ยีน <em>STAT1</em>) ซึ่งเป็นยีนเครื่องหมายของโรคมะเร็งผิวหนังประเภทเมลาโนมาถึง 5 เท่า แต่ไม่มีผลต่อยีน 2'-5'- oligoadenylate synthetase 1 (ยีน <em>OAS1</em>) ในเซลล์มะเร็ง A375 ดังนั้นผลการทดลองนี้เป็นการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ บ่งชี้ให้เห็นว่าสารสกัดเส้นใยเห็ดหลินจือเขากวางมีศักยภาพในการศึกษาในเชิงลึกต่อไป</p> อนัญญา จินดารักษ์, เยาวภา อร่ามศิริรุจิเวทย์, สัญชัย พยุงภร, ณัฐนันท์ ต.เทียนประเสริฐ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/658 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 การสำรวจพรรณไม้ชื่อจัน (Chan) จันท์ (Chan) จันทน์ (Chan) จันทร์ (Chan) และที่พระองค์ทรงปลูก https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/679 <p>การสำรวจชื่อพื้นเมือง ชื่อวงศ์ ชื่อสกุล และชื่อชนิดของพรรณไม้นามจัน (Chan) จันท์ (Chan) จันทน์ (Chan) และจันทร์ (Chan) พบ 157 ชื่อพื้นเมือง 48 ชื่อวงศ์ 80 ชื่อสกุล 99 ชื่อชนิด มีลักษณะวิสัยของพรรณไม้ 13 แบบ ส่วนการรวบรวมชื่อทางการค้า ชื่อวงศ์ และชื่อสกุลของพรรณไม้พบ 36 ชื่อทางการค้า 9 ชื่อวงศ์ 14 ชื่อสกุล พบลักษณะวิสัย 5 แบบ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลของชื่อพื้นเมือง ชื่อวงศ์ ชื่อสกุล และชื่อชนิดของพรรณไม้ใน 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 ชื่อพื้นเมืองเหมือนกัน ชื่อวงศ์เหมือนกัน และชื่อชนิดต่างกัน ส่วนในกรณีที่ 2 ชื่อพื้นเมืองเหมือนกัน ชื่อวงศ์ต่างกัน และชื่อชนิดต่างกัน สำหรับพรรณไม้นามจัน จันท์ จันทน์ และจันทร์ที่พระองค์ทรงปลูกตั้งแต่ พ.ศ.2501-2550 มี 8 รายชื่อพื้นเมือง ได้แก่ จัน (Chan) จันทน์ (Chan) จันทน์กะพ้อ (Chan Ka Pho) จันทน์ชะมด (Chan Chamot) จันทน์เทศ (Chan Thet) จันทน์หอม (Chan Hom) จันทนา (Chan Thana) และจันอิน (Chan In) พระองค์ทรงปลูกใน 2 ภูมิภาค 9 จังหวัด คือ ภาคกลาง 7 จังหวัด และภาคตะวันออก 2 จังหวัด ส่วนการใช้ประโยชน์พรรณไม้พบ 117 รายชื่อพื้นเมืองแบ่งตามการใช้ประโยชน์ 5 ด้าน คือ ด้านพิธีกรรมและสักการะบูชา ด้านอาหาร ด้านสมุนไพร ด้านของใช้ และด้านนันทนาการ</p> อนงคณ์ หัมพานนท์, รัฐพล ศรประเสริฐ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/679 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 การทดสอบสารพฤกษเคมี ปริมาณฟลาโวนอยด์และสารประกอบฟีนอลรวม และฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรม ของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสและแอลฟากลูโคซิเดสของสารสกัดจากใบกระโดน https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/697 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการทดสอบสารพฤกษเคมี ปริมาณฟีนอลและฟลาโวนอยด์รวม และฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสและแอลฟากลูโคซิเดสของสารสกัดใบกระโดน (<em>Careya sphaerica</em> Roxb.) ตัวอย่างใบกระโดนสกัดด้วยเมทานอล ผลการทดสอบพฤกษเคมีของสารสกัดใบกระโดนพบไกลโคไซด์ แอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ สารประกอบฟีนอล ซาโปนิน เทอร์พีนอยด์ และคูมารินส์ ปริมาณฟลาโวนอยด์รวมและปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมของสารสกัดใบกระโดนมีค่าเท่ากับ 2.88 ± 0.59 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัดและ 10.02 ± 0.58 มิลลิกรัมสมมูลเคอร์ซิทินต่อกรัมของสารสกัดตามลำดับ ปริมาณแทนนินมีค่าเท่ากับ 1.29 ± 0.14 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิกรัมน้ำหนักแห้งของพืช ฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสมีค่า IC<sub>50</sub> เท่ากับ 0.42 ± 0.01 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรและฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดสมีค่าเท่ากับ 2.97 ± 0.09 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ผลการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดใบกระโดนเป็นแหล่งของสารพฤกษเคมีที่มีศักยภาพในการลดระดับน้ำตาลได้</p> รุ่งอรุณ ตรีภพ, สุพรรนี อะโอกิ, ปริญญา มูลสิน, พักพล มุ่งลือ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/697 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 ปริมาณฟีนอลและปริมาณฟลาโวนอยด์รวม ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน และฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสของข้าวพื้นเมือง 4 สายพันธุ์ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/698 <p>งานวิจัยทดสอบปริมาณฟีนอลและปริมาณฟลาโวนอยด์รวม ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน และฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสของข้าวพื้นเมือง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวเหนียวดำสีลาภรณ์ ข้าวเหนียวหอมกุสุมา ข้าวเจ้าหอมเพชรราตรี และข้าวเจ้าหอมเวสสันตะระ ตัวอย่างข้าวแต่ละสายพันธุ์สกัดด้วยน้ำ ปริมาณฟีนอลรวมและปริมาณฟลาโวนอยด์รวมในข้าวเหนียวดำสีลาภรณ์มีค่าสูงที่สุดเท่ากับ 20.72±0.31 มิลลิกรัมสมมูลกรดแกลลิกต่อน้ำหนักเมล็ดข้าว 20 กรัมและ 72.62±8.19 มิลลิกรัมสมมูลเคอร์ซิทินต่อน้ำหนักเมล็ดข้าว 20 กรัมตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวสายพันธุ์อื่น ๆ นอกจากนี้ยังพบว่าฤทธิ์ต้านออกซิเดชันด้วยวิธี DPPH assay และฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสในข้าวเหนียวดำสีลาภรณ์มีค่า IC<sub>50 </sub>ต่ำที่สุดเท่ากับ 139.24±1.53 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และ 4.78±0.44 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงฤทธิ์ต้านออกซิเดชันและฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์แอลฟาอะไมเลสของข้าวพื้นเมืองทั้ง 4 สายพันธุ์ซึ่งมีศักยภาพในการเป็นอาหารฟังก์ชันเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้</p> ภรณ์ทิพย์ คำภา, อรุณ จันทร์คำ, สุพรรนี อะโอกิ, พักพล มุ่งลือ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/698 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700 การทําแพลตฟอร์มการแปลงค่าหน่วยพิกัดในงานสํารวจ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/894 <p>การแปลงค่าพิกัดด้วยโปรแกรม Google Map หรือ Google Earth มักจะเกิดปัญหาเนื่องจากค่าพิกัดที่ใช้ในแต่ละโปรแกรมมีค่าไม่เท่ากัน ทำให้ในบางครั้งจำเป็นต้องทำการแปลงค่าพิกัดก่อนที่จะนำเอาไปใช้ แต่ทั้งนี้ปัญหาในการแปลงค่าพิกัดโดยทั่วไปนั้นสามารถทำได้เพียงครั้งละหนึ่งค่า การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อหาค่าพิกัดทีละหลาย ๆ ค่าพร้อมกันโดยมีการประยุกต์นำโปรแกรม Microsoft Excel มาใช้ในการเรียนเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพทางด้านการศึกษา ดังนั้นการวิจัยนี้เป็นการศึกษาข้อมูลจากการทำแพลตฟอร์มการหาค่าพิกัดในงานสำรวจเพื่อหาค่าพิกัดและความละเอียดของตำแหน่งที่ได้จากแพลตฟอร์มนี้ เมื่อคำนวณหาค่าพิกัดแล้วจากการหาพื้นที่ทั้ง 3 พื้นที่ นำผลที่ได้มาเปรียบเทียบค่าพิกัดกัน โดยยึดการทำการสำรวจด้วย Google Map และ Google Earth เพื่อคิดหาเป็นเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อน พบว่าค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ประมาณ 0.0015-0.0016 % จึงสามารถนำข้อสรุปไปประยุกต์ใช้งานกับการสำรวจได้เหมาะสมมากขึ้น</p> นรัญญา วัฒนใย, แดน อุตรพงษ์, เสาวรส หะสิตะ, ไชยนันท์ รัตนโชตินันท์, กฤช คำณูนธรรม, มนพัทธ์ สาสิงห์, จรัล รัตนโชตินันท์, จุฬาวัลย์ นนตะพันธ์, กิตติชัย รัตนโชตินันท์ Copyright (c) 2023 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/scicru/article/view/894 Fri, 08 Dec 2023 00:00:00 +0700