https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/kaset_rbruj/issue/feed วารสารเกษตรรำไพ 2023-12-31T08:58:03+07:00 รศ.ดร.ถาวร ฉิมเลี้ยง kaset_rbruj@rbru.ac.th Open Journal Systems <p><span style="font-weight: 400;"> วารสารวิจัยเกษตรรำไพ เป็นวารสารที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer reviews) ตรวจทานก่อนได้รับการตีพิมพ์ จัดทำโดย คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี รับบทความวิจัยและวิชาการ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่เป็นระบบไตรมาส (ปีละ 3 ฉบับ) โดยฉบับที่ 1 ตีพิมพ์ประจำเดือนมกราคม - เมษายน ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม และฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธันวาคม ของทุกปี แต่ละฉบับตีพิมพ์บทความไม่เกิน 5 เรื่อง</span></p> <p><span style="font-weight: 400;"> </span> เปิด<span style="font-weight: 400;">รับบทความด้านการเกษตร เช่น เกษตรศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร ปฐพีศาสตร์ สัตวศาสตร์ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาศาสตร์เกษตร หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ตีพิมพ์ในรูปแบบบทความวิจัยเต็มรูปแบบ (Full length article) โดยบทความดังกล่าวจะต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่นมาก่อน โดยบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารจะต้องส่งในรูปแบบการเขียนตามที่กำหนด (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในคำแนะนำการเตรียมต้นฉบับ) ทุกบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ จะทำการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double-blind review) และเมื่อผ่านการประเมินแล้ว กองบรรณาธิการของสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขเรื่องที่จะส่งพิมพ์ตามที่เห็นสมควร และไม่รับพิจารณาต้นฉบับที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การตีพิมพ์ของวารสาร สำหรับผู้สนใจบทความสามารถเข้าถึงเนื้อหาผลงานตีพิมพ์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (Open access)</span></p> https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/kaset_rbruj/article/view/548 การประยุกต์ใช้ปุ๋ยเม็ดละลายน้ำสูตร 16-16-16 ในระบบปลูกพืชที่แตกต่างกันต่อ การเจริญเติบโตของผักกวางตุ้ง (Brassica chinensis var. parachinensis) 2023-04-21T21:26:18+07:00 ธิติ ทองคำงาม titi_th@rmutto.ac.th แสงเทียน พิมวันนา Sukritta_An@rmutto.ac.th พรพนิต ศศิวัฒน์ชุติกุล Sukritta_An@rmutto.ac.th สุกฤตา อนุตระกลูชัย Sukritta_An@rmutto.ac.th <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ปุ๋ยเม็ดละลายน้ำสูตร 16-16-16 ต่อการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้งในระบบปลูกพืชที่แตกต่างกัน 3 ระบบ คือ ดิน วัสดุปลูก และไฮโดรโพนิกส์ วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) ประกอบด้วย 3 กรรมวิธี ๆ 3 ซ้ำ ๆ ละ 20 ต้น โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 ระหว่าง เดือน กันยายน-ตุลาคม ใช้ผักกวางตุ้งใบเขียว พบว่าการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้งใบเขียวในด้านของความสูง จำนวนใบ ขนาดใบ และน้ำหนักสดของต้น ตั้งแต่ช่วงแรกของการปลูกพืช (30 วัน) จนกระทั่งสิ้นสุดการทดลอง (45 วัน) กรรมวิธีที่ปลูกพืชในดิน มีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ จำนวนใบ เท่ากับ 9.4 ใบ ขนาดใบ เท่ากับ 14.8 เซนติเมตร ความสูงของต้น เท่ากับ 17.8 เซนติเมตร และน้ำหนักต่อต้น เท่ากับ 133.8 กรัมต่อต้น ตามลำดับ รองลงมา คือ กรรมวิธีที่ปลูกแบบวัสดุปลูกและไฮโดรโพนิกส์ และในช่วงที่ 2 ระหว่าง เดือน ธันวาคม-มกราคม ทดสอบกับผักกวางตุ้งฮ่องเต้ ผลการทดลองพบว่า แนวโน้มค่าการเจริญเติบโตในด้านของความสูง จำนวนใบ ขนาดใบ และน้ำหนักสดของต้น เหมือนกับการทดลองผักกวางตุ้งใบเขียว โดยจะเห็นเด่นชัดที่สุดในส่วนของน้ำหนักสดของกรรมวิธีที่ปลูกในดิน มีค่าเท่ากับ 69.5 กรัมต่อต้น รองลงมา คือ วัสดุปลูก และไฮโดรโพนิกส์ มีค่าเท่ากับ 41.8 และ 5.4 กรัม ตามลำดับ โดยสรุปการใส่ปุ๋ยเม็ดละลายน้ำสูตร 16-16-16 มีผลต่อการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้งทั้ง 2 ชนิด (กวางตุ้งใบเขียว และกวางตุ้งฮองเต้) และวิธีการปลูกพืชแบบดินเหมาะสมที่สุดในการทดลองการใช้ปุ๋ยเม็ดละลายน้ำสูตร 16-16-16 ต่อการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้ง</p> 2023-12-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารเกษตรรำไพ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/kaset_rbruj/article/view/1110 ผลของสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา Cyazofamid และ Fluazinam ต่อเชื้อรา Phytophthora sp. สาเหตุโรครากเน่า โคนเน่า และผลเน่าของทุเรียนในสภาพห้องปฏิบัติการ 2023-10-29T12:46:27+07:00 เจตนุสรณ์ รอดศิริ jetnuson13@gmail.com ณัฐธิดา เชียงสวน pornprapa.ko@kmitl.ac.th พรประพา คงตระกูล pornprapa.ko@kmitl.ac.th <p> เชื้อรา <em>Phytophthora</em> sp. เป็นเชื้อสาเหตุโรครากเน่า โคนเน่า และผลเน่า เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในการปลูกทุเรียน เนื่องจากทำให้ต้นทุเรียนที่กำลังเจริญเติบโตและให้ผลผลิตยืนต้นตายได้ นอกจากนี้เชื้อสาเหตุโรคยังต้านทานต่อสารเคมีชนิดเดิม จึงควรศึกษาประสิทธิภาพของสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราชนิดใหม่ที่มีกลไกการออกฤทธิ์ต่างกันในการยับยั้งเชื้อรา <em>Phytophthora</em> sp. สำหรับการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมและจำแนกลักษณะสัณฐานวิทยาของเชื้อรา <em>Phytophthora</em> sp. ทดสอบความสามารถในการก่อโรคบนใบทุเรียน โดยวางแผนการทดลองแบบ completely randomized design (CRD) และหาค่าประสิทธิภาพของสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา cyazofamid (FRAC code 21) และ fluazinam (FRAC code 29) ต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา <em>Phytophthora</em> sp. พบว่าเชื้อราสาเหตุโรคที่แยกได้ จำนวน 10 ไอโซเลท คือ M_1, M_2, M_3, Pt_, Pt_2, Ts_1, Ts_2, Ts_3, Ts_4, และ Ts_5 มีลักษณะโคโลนีแบบ stellate และ radiate เส้นใยไม่มีผนังกั้น สร้าง sporangium แบบ ovoid และ ellipsoid ที่มี papillate หรือ semi-papillate และ สร้าง chlamydospores ทรงกลม ผนังหนา ซึ่งระบุว่าเป็น <em>Phytophthora</em> sp. ทุกไอโซเลท และสามารถก่อให้เกิดโรคบนใบทุเรียนได้ สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา cyazofamid และ fluazinam ที่ระดับความเข้มข้น 1, 10, และ 100 ppm พบว่า สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา cyazofamid มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อรา <em>Phytophthora</em> sp. ทุกไอโซเลท โดยมีค่า EC<sub>50</sub> มากกว่า 100 ppm และสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา fluazinam มีค่า EC<sub>50</sub> เท่ากับ 12.65 - 60.22 ppm</p> 2023-12-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารเกษตรรำไพ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/kaset_rbruj/article/view/1233 ความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืชในแม่น้ำจันทบุรี 2023-12-12T11:06:00+07:00 คณิสร ล้อมเมตตา kanisorn.l@rbru.ac.th สิทธิพัฒน์ แผ้วฉ่ำ sittipat.p@rbru.ac.th สราวุธ แสงสว่างโชติ sarawut.s@rbru.ac.th <p> การศึกษาความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืชในแม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ระหว่างเดือนธันวาคม 2565 ถึง เดือนมิถุนายน 2566 เก็บตัวอย่างจำนวน 3 สถานี ได้แก่ วัดกระทิง วัดจันทราราม และสะพานแหลมสิงห์ ในการศึกษาครั้งนี้พบแพลงก์ตอนพืชทั้งหมด 191 ชนิด จาก 3 ดิวิชั่น 7 คลาส 18 อันดับ 44 วงศ์ และ 99 สกุล มีแพลงก์ตอนพืชในคลาส Bacillariophyceae เป็นกลุ่มเด่นที่สุด 82 ชนิด รองลงมา ได้แก่ Chlorophyceae 65 ชนิด Dinophyceae 15 ชนิด Euglenophyceae 13 ชนิด Cyanophyceae 12 ชนิด Chrysophyceae 3 ชนิด และ Dictyochophyceae 1 ชนิด ความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืชสูงที่สุดในเดือนมิถุนายน (ฤดูฝน 844 หน่วย/ลิตร) และต่ำที่สุดในเดือนมีนาคม (ฤดูร้อน 519 หน่วย/ลิตร) บริเวณที่แพลงก์ตอนพืชมีความหนาแน่นเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ สะพานแหลมสิงห์ (1,133 หน่วย/ลิตร) และต่ำที่สุด ได้แก่ วัดจันทราราม (449 หน่วย/ลิตร) แพลงก์ตอนพืชสกุลเด่นที่พบตลอดลำน้ำของแม่น้ำจันทบุรี คือ <em>Tracheromonas</em> และ <em>Peridinium</em> แต่แพลงก์ตอนพืชสกุลเด่นที่พบปริมาณมาก คือ <em>Nitzschia, Chaetoceros</em> และ <em>Coscinodiscus</em> ค่าดัชนีความหลากหลาย ดัชนีความมากชนิด และดัชนีความสม่ำเสมอของแพลงก์ตอนพืช มีค่า 1.50-3.40, 2.01-9.32 และ 0.51-0.92 ตามลำดับ คุณภาพน้ำระหว่างศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดี </p> 2023-12-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารเกษตรรำไพ