สิ่งแวดล้อมไทย
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ej
<p style="font-weight: 400;"><strong>วารสารสิ่งแวดล้อมไทย ISSN : 3057-0166 (Online)</strong></p> <p style="font-weight: 400;">สิ่งแวดล้อมไทย (Thai Environment) เป็นวารสารที่เผยแพร่ข่าวสารและองค์ความรู้ทางวิชาการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในบริบทของประเทศไทยออกสู่สาธารณชน โดยเนื้อหาครบคลุมทั้งในมิติของนโยบาย กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การจัดการ รวมถึงวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ทางด้านสิ่งแวดล้อม หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับวารสารมีดังต่อไปนี้</p> <ul> <li>ภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li> <li>เศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</li> <li>การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</li> <li>การป้องกันและบรรเทามลพิษ</li> <li>การจัดการเมืองอย่างยั่งยืน</li> <li>นโยบายสิ่งแวดล้อม</li> <li>สิ่งแวดล้อมในมิติอื่น ๆ</li> </ul> <p>สิ่งแวดล้อมไทย เผยแพร่เนื้อหาของบทความในลักษณะ Open Access โดย<strong>ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์</strong> เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจ สามารถนำเสนอผลงานวิจัยและงานวิชาการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาวงวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศไทยและระดับสากล รวมถึงการใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ</p> <p>วารสารสิ่งแวดล้อมไทยเปิดรับบทความตลอดทั้งปีโดยมีการเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับได้แก่</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม</p> <p>เริ่มการส่งบทความเรื่องใหม่ไปยัง <a href="https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ej/about/submissions" target="_blank" rel="noopener">Articles</a></p> <h4><a href="https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ej/ethic" target="_blank" rel="noopener"><strong>หลักปฏิบัติทางจริยธรรมของวารสารสิ่งแวดล้อมไทย</strong></a></h4>
สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
th-TH
สิ่งแวดล้อมไทย
3057-0166
<p style="font-weight: 400;">บทความที่ตีพิมพ์ทั้งหมดได้รับอนุญาตภายใต้ <a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0/">Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License</a> บทความที่ตีพิมพ์อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสิ่งแวดล้อมไทย มีผลบังคับใช้เมื่อบทความได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ ดังนั้นจะมอบสิทธิ์ทั้งหมดในงานให้กับสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับการคุ้มครองจากผลที่เกิดจากการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต การตีพิมพ์บางส่วนหรือทั้งหมดของบทความในที่อื่นเป็นไปได้เฉพาะหลังจากได้รับความยินยอมจากกองบรรณาธิการ</p>
-
การจัดการพลังงานและน้ำในฟาร์มผักคาร์บอนต่ำ และมุมมองเชิง SROI เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ej/article/view/4710
<p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินการจัดการพลังงานและน้ำในฟาร์มผักเพื่อสุขภาพ สนับสนุนการผลิตเกษตรคาร์บอนต่ำ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน พื้นที่ศึกษาฟาร์มผักสลัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา การศึกษาใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพัฒนาและประเมินผลแบบก่อน–หลัง โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ระบบการผลิตเดิม และจัดทำข้อมูลฐานด้านการใช้พลังงาน น้ำ ปัจจัยการผลิต การขนส่ง และการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว เพื่อนำมาวิเคราะห์จุดวิกฤตของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการประเมินวัฏจักรชีวิต การปรับปรุงประกอบด้วยการเปลี่ยนระบบสูบน้ำเดิมเป็นระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ การติดตั้งระบบติดตามสภาพแวดล้อมเพื่อบันทึกอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความชื้นดิน ปริมาณการใช้น้ำ เพื่อนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนการกำหนดรอบและปริมาณการให้น้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงขั้นตอนการล้าง คัดแยก และบรรจุผลผลิตเพื่อลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว ผลการศึกษาพบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมของระบบการผลิตลดลงจาก 2,889.9 เหลือ 1,368.0 kg CO<sub>2</sub>eq ลดลงร้อยละ 52.7 โดยการปล่อยจากพลังงานลดลงร้อยละ 64.1 จากการใช้ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขณะที่การสูญเสียหลังเก็บเกี่ยวลดลงร้อยละ 86.2 ผลการประเมิน SROI พบว่าอัตราผลตอบแทนทางสังคม 6.75 เท่า ผลการศึกษาชี้ว่าการใช้ปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดการน้ำโดยใช้ข้อมูลติดตามสภาพแวดล้อม และการลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต สามารถลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของฟาร์ม พร้อมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และมีศักยภาพเป็นต้นแบบฟาร์มผักคาร์บอนต่ำสำหรับชุมชน</p>
ปฏิพัทธ์ วงค์เรือง
สันติพันธ์ เฉียบแหลม
สุนิสา ชากุลนา
สยมภู ผาทอง
คณัสนันท์ รัตนบำเพ็ญ
จาตุรนต์ กัณทะธง
รัฎติกาล ศรีชัยอินทร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมไทย
https://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0
2026-10-08
2026-10-08
30 2
-
การบูรณาการผังเมืองเพื่อรองรับธรณีพิบัติภัย
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ej/article/view/4916
<p>ประชากรและผังเมืองมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันมาอย่างยาวนาน โดยการตั้งถิ่นฐานของประชากรย่อมนำมาซึ่งการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างเพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ อย่างไรก็ตาม หากปราศจากการวางแผน การควบคุมที่เหมาะสม และการขาดความเข้าใจในสภาพกายภาพของเมืองย่อมส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมืองอย่างไร้ระเบียบ ซึ่งเป็นต้นเหตุของความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม และความเปราะบางต่อภัยพิบัติ สอดคล้องกับข้อตกลงเซนไดว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญในการสร้างความเข้าใจด้านความเสี่ยงจากภัยพิบัติ บทความวิชาการฉบับนี้จึงมุ่งนำเสนอความสำคัญของการบูรณาการข้อมูลธรณีพิบัติภัยเข้ากับกระบวนการผังเมือง โดยชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความเสี่ยงของภัยพิบัติทางธรณีวิทยาที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการก่อสร้างและจากการจัดการเมืองที่บกพร่องผ่านกรณีศึกษาและแนวทางการจัดการในต่างประเทศ รวมถึงมาตรการด้านการผังเมืองเพื่อรองรับและบรรเทาธรณีพิบัติภัย ประกอบด้วย 1) การจัดทำแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามการจำแนกประเภทที่ครอบคลุมพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำคัญในผังเมืองรวม 2) การกำหนดข้อบังคับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อควบคุมความหนาแน่นและมวลอาคาร และ 3) การบังคับใช้ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในฐานะเครื่องมือเชิงรุกเพื่อการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากธรณีพิบัติภัยอย่างยั่งยืน</p>
ศุภกร เทกมล
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมไทย
https://creativecommons.org/licenses/by-nc/4.0
2026-10-08
2026-10-08
30 2