https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/issue/feed
วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
2025-12-08T12:08:06+07:00
Associate Professor Dr. Issara Inchan
ajsas@uru.ac.th
Open Journal Systems
<p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ </strong><strong>: </strong></p> <p>วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์สุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ</strong><strong> </strong><strong>: </strong></p> <p>บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 3 ท่าน โดยทั้งผู้นิพนธ์ (Author) และผู้ประเมิน (Reviewer) ไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double-blind review)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong><strong> </strong><strong>: </strong>บทความวิชาการ, บทความวิจัย</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong> <strong>: </strong>ไทย, ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กำหนดออก</strong><strong> </strong><strong>: </strong><span style="font-size: 0.875rem;">วารสารตีพิมพ์ 2 ฉบับ ต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน ฉบับที่ 2 กรกฏาคม – ธันวาคม</span></p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</strong> : ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</p>
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/article/view/4403
ผลของการฝึกเอสเอคิวที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและสมรรถนะการรู้คิดในนักกีฬาเทควันโดอายุ 8 - 14 ปั
2025-12-08T12:08:06+07:00
ภาคภูมิ โชคทวีพาณิชย์
pakphomc@gmail.com
เสรี แสงอุทัย
kittysangutai@gmail.com
ธมลวรรณ สุทธะ
nattamonwan1123@gmail.com
ตรีชิต เอี่ยมประพันธ์
threechitipp@gmail.com
อภิรักษ์ มหิมา
apirakoper46@gmail.com
พงศกร โคทอง
tlekhothong@gmail.com
ฐิดาพร เชื้อทหาร
plengthidaporn06@gmail.com
ภานุวัฒน์ จันทร์ศรี
phanuwat0137@gmail.com
ศุภณัฐ ใจนันท์
aefsupanut@gmail.com
ภรัณยู รุ่งทอง
pharunyu2003@gmail.com
อดิศักดิ์ วงศ์เธอ
adisakpee011@gmail.com
<p>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกเอสเอคิว (Speed, Agility and Quickness: SAQ) ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและสมรรถนะการรู้คิดของนักกีฬาเทควันโด โดยใช้โปรแกรมฝึก SAQ 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน กลุ่มตัวอย่างคือ นักกีฬาเทควันโดจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 12 คน (ชาย 6 หญิง 6) การเก็บข้อมูลประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ด้านความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว ความฉับไว ปฏิกิริยาตอบสนอง และสมรรถนะการรู้คิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, Effect Size (Cohen’s d) และ Smallest Worthwhile Change (SWC) ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ผลการวิจัยพบว่า การฝึก SAQ ทำให้สมรรถภาพทางกายดีขึ้น โดยเฉพาะความฉับไว (Hexagon Test) ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001, d = 1.98) ส่วนตัวแปรอื่นแม้ไม่แตกต่างทางสถิติแต่มีค่า Effect Size และ SWC อยู่ในระดับที่มีความหมายเชิงกีฬา ด้านสมรรถนะการรู้คิดพบแนวโน้มพัฒนา โดยเฉพาะการตัดสินใจ (Trail Making Test B) และการตอบสนองของสมองแบบสอดคล้องกัน (Flanker Congruent) ที่มีค่า Effect Size ระดับปานกลางและเกิน SWC สรุปได้ว่าการฝึก SAQ มีส่วนช่วยพัฒนาทั้งสมรรถภาพทางกายและสมรรถนะการรู้คิดของนักกีฬาเทควันโดอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/article/view/3508
ระบบตรวจจับบุคคลอันตรายและแนะนำวิธีการหนี ภายในบริเวณโรงเรียนด้วยแพลตฟอร์ม CiRA CORE
2025-04-27T15:08:54+07:00
นิธิศ สิทธิราช
ninenychwnnel@gmail.com
นนทวัฒน์ วงศ์วาด
nonthawatwongwad@gmail.com
สุชานรี ทัศนา
suchanareethassana@gmail.com
มาโนชญ์ แสงศิริ
sangsiri@gmail.com
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของระบบตรวจจับบุคคลอันตรายและแนะนำวิธีการหนีภายในบริเวณโรงเรียนด้วยแพลตฟอร์ม CiRA CORE โดยประมวลผลภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยโมเดล YOLO V4-tiny เพื่อตรวจจับอาวุธ และใช้อัลกอริทึม Dijkstra's คำนวณเส้นทางการหนีที่เหมาะสมที่สุด แสดงผลผ่านระบบแจ้งเตือนแบบทันท่วงที ผลการวิจัยพบว่า ตอนที่ 1 โมเดล YOLO V4-tiny มีประสิทธิภาพสูงด้านความเร็ว ประหยัดทรัพยากร และแม่นยำในการตรวจจับ ตอนที่ 2 อัลกอริทึม Dijkstra's มีประสิทธิภาพที่เหมาะสมในการคำนวณหาระยะทางที่สั้นที่สุดสำหรับเส้นทางหนี ตอนที่ 3 การทำงานร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม CiRA CORE กับ Line Notify สามารถแจ้งตำแหน่งและเส้นทางหนีได้แม่นยำร้อยละ 100 ตอนที่ 4 การทำงานร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม CiRA CORE กับเว็บแอปพลิเคชันระบุตำแหน่งและเส้นทางหนีได้ถูกต้องร้อยละ 100</p>
2025-07-01T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/article/view/3912
ระบบติดตามพัฒนาการสุขภาพอนามัยของนักเรียนชั้นอนุบาล กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขุนศรี
2025-05-19T13:52:19+07:00
จุฬาวรรณ ธนูปกรณ์
tanupakon@gmail.com
วสวัตติ์ สุทธิธรรม
wasawat.su@rmuti.ac.th
กานดา พรประสิทธิ์
kandakanda051045@gmail.com
นงลักษ์ อันทะเดช
Nonglakp@rmuti.ac.th
ปิยะดา เลาะสันเทียะ
Piyada.lo@rmuti.ac.th
<p> การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบ และพัฒนาระบบติดตามพัฒนาการสุขภาพอนามัยของนักเรียนชั้นอนุบาล กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขุนศรี 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบติดตามพัฒนาการสุขภาพอนามัยของนักเรียนชั้นอนุบาล กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขุนศรี 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของระบบติดตามพัฒนาการสุขภาพอนามัยของนักเรียนชั้นอนุบาล กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขุนศรี เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบ Visual Studio Code, Bootstrap, MySQL ภาษา JavaScript, CSS, HTML, SQL,PHP และการใช้แบบสอบถามประเมินประสิทธิภาพและแบบสอบถามการประเมินความพึงพอใจเพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า ระบบติดตามพัฒนาการสุขภาพอนามัยของนักเรียนชั้นอนุบาล กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขุนศรีมีการออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ฟังก์ชันหลักๆ 5 เมนู ได้แก่ 1) การบันทึกน้ำหนักส่วนสูง 2) การบันทึกสุขภาพอนามัย 3) การบันทึกกิจวัตรประจำวัน 4) ตรวจสอบภาพรวมพัฒนาการนักเรียน 5) ตรวจสอบพัฒนาการนักเรียนรายบุคคล เมื่อนำระบบไปประเมินประสิทธิภาพ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.38, S.D. = 0.11 ) และเมื่อนำระบบไปประเมินความพึงพอใจ พบว่า อยู่ในระดับดีมากที่สุด (x ̅ = 4.54, S.D. = 0.14 ) ซึ่งระบบสามารถอำนวยความสะดวกในการทำงานของครู และให้ผู้ปกครอง ผู้บริหารติดตามพัฒนาการสุขภาพนักเรียนได้ง่ายยิ่งขึ้น</p> <p> </p>
2025-09-08T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/article/view/4048
การพัฒนาตัวแบบการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการตรวจจับโรคอ้อยจากภาพถ่ายใบอ้อย
2025-06-26T11:07:09+07:00
ธนพล ตั้งชูพงศ์
thanaphon@kku.ac.th
สิรภัทร พวงทับทิม
siraphat.ph@kkumail.com
พัชรมัย ทองดี
phatcharamai.t@kkumail.com
<p>การวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโมเดลการเรียนรู้เชิงลึก(Deep Learning) สำหรับการตรวจหาและจำแนกโรคในอ้อย 4 ชนิดที่พบในประเทศไทย ได้แก่ โรคใบด่างในอ้อย โรคเหี่ยวเน่าแดง โรคราสนิม และโรคใบไหม้ โดยใช้ภาพถ่ายใบอ้อยเป็นข้อมูลนำเข้า กระบวนการวิจัยเริ่มต้นจากการเตรียมข้อมูลภาพ การเพิ่มความหลากหลายของชุดข้อมูลผ่านกระบวนการเสริมข้อมูล (Data Augmentation) และเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการฝึกสอนโมเดล EfficientNetB0 และ MobileNetV2 ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่า EfficientNetB0 มีความแม่นยำสูงสุด ด้วยค่า F1-Score เท่ากับ 0.95 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาปัจจัยด้านความสว่างและความเบลอของภาพที่มีต่อประสิทธิภาพการทำนายของโมเดล พบว่าทั้งสองปัจจัยไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการทำนาย แสดงให้เห็นถึงความทนทานของโมเดลต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง งานวิจัยนี้จึงมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการตรวจสอบและจำแนกโรคในอ้อยเพื่อสนับสนุนการจัดการโรคในภาคการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2024-09-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/article/view/3795
ผลเฉลยจำนวนเต็มบวกทั้งหมดของสมการไดโอแฟนไทน์ 1/w+1/x+1/y+1/z=1/2
2025-07-01T15:55:04+07:00
สุธน ตาดี
suton.t@lawasri.tru.ac.th
สมประสงค์ แก้วสด
m0990053511@gmail.com
สุทธิภัทร ละวรรณ์ทา
sutipat5559@gmail.com
อติชา เยี่ยมราษฎร์
aticha2812@gmail.com
<p>ในปี ค.ศ. 2018 Bai ได้ศึกษาและหาผลเฉลยจำนวนเต็มบวกทั้งหมดของสมการไดโอแฟนไทน์ <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\frac{1}{w}&plus;\frac{1}{x}&plus;\frac{1}{y}&plus;\frac{1}{z}=\frac{1}{2}" alt="equation"><em> </em>เมื่อ <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?&space;w,x,y" alt="equation"> และ <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?z" alt="equation"> เป็นจำนวนเต็มบวก โดยที่ <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?w\leq&space;x\leq&space;y\leq&space;z" alt="equation"> ซึ่งพบว่าผลเฉลยที่ค้นพบนั้นยังไม่ครบถ้วน ในงานวิจัยนี้ จึงได้ดำเนินการหาผลเฉลยของสมการดังกล่าว และพบว่ามีผลเฉลยจำนวนเต็มบวก <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\left(w,x,y,z\right)" alt="equation"> ทั้งสิ้น จำนวน 108 ผลเฉลย</p>
2025-10-10T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์
https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ajsas/article/view/4310
รูปแบบของภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในยุคแห่งความท้าทายศตวรรษที่ 21
2025-09-23T11:07:17+07:00
เกวลิน เพ็งสลุด
kaewrinin@gmail.com
วรินทร ทัศบุตร
warint.1991@hotmail.com
พรรณี บัชรหัตถกิจ
pannee.ban@vru.ac.th
<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป้าหมายหลักของระบบการดูแลสุขภาพมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ของผู้ป่วย ความเป็นอยู่ที่ดีของประชากร และมาตรฐานองค์กร การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice) และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ “ภาวะผู้นำ” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของระบบสุขภาพ การมีภาวะผู้นำที่มีประสิทธิผลไม่เพียงช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการปฏิบัติตามแนวทางเวชปฏิบัติ แต่ยังส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กร ความพึงพอใจของผู้รับบริการ และคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ในศตวรรษที่ 21 ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในระบบสุขภาพต้องตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนและรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี ข้อกำหนดของนโยบาย และความคาดหวังของผู้รับบริการ ภาวะผู้นำในยุคนี้จึงต้องมีความยืดหยุ่นและหลากหลายในการนำรูปแบบต่างๆ มาใช้ให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะขององค์กรและสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ รูปแบบภาวะผู้นำที่เหมาะสมได้แก่ ภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) ที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร ภาวะผู้นำเชิงบริการ (Servant Leadership) ที่มุ่งเน้นการรับฟัง เข้าใจ และสนับสนุนบุคลากรเพื่อสร้างความผูกพันและแรงจูงใจ และภาวะผู้นำเชิงสถานการณ์ (Situational Leadership) ที่มีความสามารถในการปรับสไตล์การบริหารให้เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของทีมงาน นอกจากนี้ ภาวะผู้นำในศตวรรษที่ 21 ต้องเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมการสื่อสารอย่างโปร่งใสและเปิดกว้าง ความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการ การสร้างแรงบันดาลใจ และการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ปรับปรุงคุณภาพการดูแลในระบบสุขภาพ เพื่อรับมือกับความท้าทายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของระบบสุขภาพในการรักษามาตรฐานคุณภาพและเกิดความยั่งยืนในระยะยาว</p>
2025-12-04T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์