https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/UthenJo/issue/feed วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย 2025-12-31T21:53:35+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันโชค เครือหงษ์ wunchock_kr@rmutto.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย<br />ISSN (Online) </strong>3088-1668<strong><br />DOI </strong>10.14456/uthenjo.xxxx.x</p> <p><strong>กำหนดออก :</strong> วารสารตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี ดังนี้ <br />ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน<br />ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong> เป็นวารสารที่ครอบคลุมเนื้อหางานวิจัยที่สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงที่มีคุณภาพ สำหรับนักเรียน นักศึกษา วิศวกร สถาปนิก นักออกแบบ นักวิชาการและนักวิจัย ทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เน้นการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ การออกแบบ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โลจิสติกส์ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และสาขาที่เกี่ยวข้อง</p> https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/UthenJo/article/view/4072 ปัจจัยเชิงสาเหตุการจัดการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืน กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2025-10-22T09:01:36+07:00 วุฒิชัย ยังสว่าง Wuttichai_yo@rmutto.ac.th เอกพงศ์ ชื่นกมล ekkapong.c@kmutnb.ac.th ณพิชญา เฉิดโฉม napitchya.c@rmutsv.ac.th สวลี อุตรา savalee.utt@ksu.ac.th สมพงษ์ อัศวริยธิปัติ sompong_au@rmutto.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (2) เพื่อวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้างปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืน กลุ่มตัวอย่าง ประชาชนที่พักอาศัยโดยรอบและทำงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จำนวน 400 ตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม โดยใช้สถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า การตรวจสอบข้อมูลเชิงประจักษ์มีความสอดคล้องกลมกลืนมีค่า χ2=858.294, df=268, p&lt;0.001, χ2/df=3.203, RMSEA=0.069, CFI=0.924, TLI=0.908, SRMR=0.052 เป็นไปตามเกณฑ์พิจารณาความสอดคล้องในระดับดี ผลการศึกษานี้ พบว่าการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มี 5 ปัจจัย ประกอบด้วย มิติสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจ มิติสังคม มิติบริหารและจัดการ และมิติกายภาพ ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวกกับปัจจัยความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษานี้สามารถเป็นแนวทางให้ ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนที่อาศัยในอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/UthenJo/article/view/4381 การศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ในพื้นที่อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 2025-12-25T09:36:58+07:00 ชยานันต์ มงคลกระจ่าง chayanunpin@gmail.com บุญรักษ์ แวนบอเซอร์ boonruk_va@rmutto.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการหมู่บ้านจัดสรรบนที่ดิน ในตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยรูปแบบที่ใช้ในการศึกษาคือการเลือกพัฒนาโครงการให้เหมาะสมกับที่ดินที่มีอยู่ (Site looking for use) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งที่ดินที่ทำการศึกษานั้นมีขนาด 10 ไร่ 32.1 ตารางวา จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าที่ดินแปลงนี้จัดอยู่ในประเภท ก.1 - ก.3 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมนนทบุรี พ.ศ. 2566 ซึ่งสามารถสร้างที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวได้เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว<br />6 แบบ จำนวนทั้งสิ้น 38 แปลงย่อยในครั้งนี้ ตัวโครงการจะจัดสรรพื้นที่ขายประมาณร้อยละ 62 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่ดินที่เหลือนั้นจะเป็นพื้นที่ของส่วนกลาง ผลการศึกษาพบว่าโครงการจะมีต้นทุนรวม 260,033,888 บาท รายได้รวมจากการขายเท่ากับ 393,990,740 บาท ระยะเวลาคืนทุนของโครงการอยู่ที่ 12 เดือน มูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการมีค่าเท่ากับ 73,158,957 บาท ซึ่งมีค่ามากกว่า 0 กล่าวคือการลงทุนนี้คุ้มค่าแก่การลงทุน และอัตราผลตอบแทนภายในมีค่าเท่ากับร้อยละ 42.07 ซึ่งสูงกว่าค่าเสียโอกาสจากการใช้เงินทุน กล่าวคือควรพิจารณาลงทุนในโครงการนี้ เมื่อผนวกรวมกับความสามารถในการรองรับความเสี่ยง จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการที่อาจมีการเพิ่มขึ้นของค่าก่อสร้าง ค่าที่ดิน หรือการลดลงของราคาขายบ้าน ยังคงพบว่าโครงการนี้ยังคงมีความคุ้มค่าและน่าสนใจทุกสถานการณ์สมมติจึงทำให้โครงการนี้มีความคุ้มค่าในการลงทุนและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/UthenJo/article/view/4467 การวิเคราะห์ต้นทุนค่าแรงของการติดตั้งหลังคาเมทัลชีทในพื้นที่ขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป) 2025-12-23T14:57:44+07:00 ขจร ชินการุญ Kanon.Chi@rmutto.ac.th เอนก เนรมิตครบุรี anek_ne@rmutto.ac.th อาคม บุญปัญญา arkom.b@ptu.ac.th ณัฐวุฒิ เรืองฉาย Anek_na@hotmail.com <p>การติดตั้งหลังคาเมทัลชีทเป็นกระบวนการก่อสร้างที่ได้รับความนิยมในงานอาคารอุตสาหกรรมเนื่องจากติดตั้งได้รวดเร็ว แข็งแรงทนทาน และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ค่าแรงติดตั้งไม่ได้มีการปรับเพิ่มอย่างสอดคล้องกับแนวโน้มค่าแรงขั้นต่ำ ส่งผลให้ผู้รับเหมาจำนวนหนึ่งประสบปัญหาด้านต้นทุน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนค่าแรงติดตั้งแผ่นหลังคาเมทัลชีทต่อตารางเมตรในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยใช้ข้อมูลจริงจากโครงการจำนวน 16 โครงการ ในช่วงเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2561–2565) รวบรวมข้อมูลค่าแรงทางตรงและค่าใช้จ่ายทางอ้อม แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน เพื่อประเมินแนวโน้มและความผันผวนของต้นทุนค่าแรง ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนค่าแรงเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 22.08 บาทในปี พ.ศ. 2561 และเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 34.68 บาทในปี พ.ศ. 2564 ก่อนจะลดลงเป็น 32.97 บาทในปี พ.ศ. 2565 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานประมาณ 4.69 บาทต่อ ตารางเมตร และค่าความแปรปรวนสัมพัทธ์ประมาณร้อยละ 15 แสดงถึงความผันผวนในระดับปานกลาง ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าต้นทุนแรงงานมีแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายแรงงาน ข้อมูลที่ได้สามารถใช้เป็นแนวทางกำหนดราคาค่าแรงติดตั้งที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการ</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/UthenJo/article/view/4392 ประสิทธิภาพของพาวเวอร์บีไอในการสนับสนุนการบริหารโครงการติดตั้ง ระบบบรรจุเครื่องดื่มแบบปลอดเชื้อ 2025-12-19T09:31:21+07:00 อรรถพร สกุณี atthaphorn.sak@rmutto.ac.th วีณัฐกานต์ รัตนธีรวงศ์ weenuttagant_ra@rmutto.ac.th สุรัติ เส็มหมัด surat_se@rmutto.ac.th ธวัชชัย ปัญญาคิด thawatchai_ph@rmutto.ac.th สมจินตนา แขนงแก้ว somjintana.ka@cmu.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้โปรแกรมพาวเวอร์บีไอในการติดตามผลการดำเนินโครงการติดตั้งระบบบรรจุเครื่องดื่มแบบปลอดเชื้อ โดยใช้ข้อมูลโครงการจำลองปี พ.ศ.2567 เป็นกรณีศึกษา เพื่อทดสอบความสามารถของโปรแกรมในการจัดเก็บ เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลโครงการทั้งด้านระยะเวลาและงบประมาณ ผลการศึกษาพบว่าการทำงานของโปรแกรมพาวเวอร์บีไอ โดยการเชื่อมต่อฐานข้อมูลกับโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล สามารถปรับปรุงแก้ไขและอัปเดตข้อมูลได้ตลอดเวลา และโปรแกรมพาวเวอร์บีไอสามารถนำเสนอข้อมูลรายงานในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟแดชบอร์ดได้ครบถ้วนสามารถแสดงผล และวิเคราะห์ข้อมูลโครงการจำลองทั้ง 26 โครงการ จำนวน 3รูปแบบแดชบอร์ด ได้แก่ (1) ภาพรวมผลการดำเนินโครงการ เป็นการสรุปผลการบริหารโครงการในด้านการวางแผนการดำเนินโครงการ สถานะโครงการ และภาระงานของผู้จัดการโครงการ (2) ภาพรวมระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินโครงการ เป็นการสรุปแผนงานการดำเนินงานของโครงการตามช่วงระยะเวลาสำคัญ และ(3) ภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณของโครงการ เป็นการเปรียบเทียบงบประมาณของโครงการในการจัดซื้อจัดจ้าง การขนส่ง การติดตั้ง และการอบรมความรู้ให้กับลูกค้าเพื่อใช้ในการติดตามผลการดำเนินโครงการใน 4 ไตรมาสของปี พ.ศ.2567 ผลการวิจัยยืนยันว่าโปรแกรมพาวเวอร์บีไอ สามารถแสดงผลการดำเนินโครงการได้อย่างครบถ้วนเข้าใจง่ายในรูปแบบแดชบอร์ด และเมื่อตรวจสอบการแสดงผลข้อมูลบนแดชบอร์ดในโปรแกรมพาวเวอร์บีไอ เปรียบเทียบกับฐานข้อมูล ผลปรากฎว่าการแสดงผลบนแดชบอร์ดของโปรแกรมพาวเวอร์บีไอตรงกับฐานข้อมูลที่จัดเก็บในโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมพาวเวอร์บีไอมีความเสถียรในการเชื่อมโยงข้อมูลกับโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กเซล เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงในการจัดการข้อมูลโครงการที่มีลักษณะการทำงานซ้ำกัน สามารถช่วยติดตามความคืบหน้า วิเคราะห์งบประมาณ และสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/UthenJo/article/view/4498 ประวัติศาสตร์และพัฒนาการของดินในฐานะวัสดุก่อสร้างสถาปัตยกรรม 2025-12-22T10:03:06+07:00 สิปปวิชญ์ กำบัง sippawich.k@archd.kmutnb.ac.th <p>บทความวิชาการนี้นำเสนอการสำรวจประวัติศาสตร์อันยาวนานและพัฒนาการทางเทคนิคของการใช้ ดิน (Earth/Clay) ในฐานะวัสดุก่อสร้างหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของวัสดุนี้ในการกำหนดรูปแบบ โครงสร้าง และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของสถาปัตยกรรม ตลอดจนศักยภาพของดินในการตอบสนองต่อความท้าทายด้านความยั่งยืนในยุคปัจจุบัน การศึกษาครอบคลุมตั้งแต่การค้นพบเทคนิคอิฐดินดิบ (Adobe) ในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ราว 10,000 ปีก่อนคริสตกาล) และการพัฒนาเทคนิคดินอัด (Rammed Earth) ในภูมิภาคแห้งแล้ง จนกระทั่งการลดความสำคัญลงในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม</p> <p>ผลการวิเคราะห์ทางเทคนิคในส่วนของเทคนิคสำคัญ เช่น Adobe, Rammed Earth และ Cob แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของดินในด้าน มวลความร้อนสูง (High Thermal Mass) และ พลังงานแฝงต่ำ (Low Embodied Energy) ในงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ดินได้รับการฟื้นฟูโดยผ่านการใช้นวัตกรรมการคงสภาพ (Stabilization) และการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การพิมพ์ 3 มิติด้วยดิน (3D Earth Printing) การอภิปรายสรุปว่า การกลับมาของสถาปัตยกรรมดินเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากความทันสมัยแบบอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืนเชิงนิเวศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนามาตรฐานทางวิศวกรรมและการวิจัยสารคงสภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดินสามารถเป็นทางออกที่สำคัญและเชื่อถือได้สำหรับการก่อสร้างที่ยั่งยืนในอนาคต</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุเทนถวาย