https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JTI_URU/issue/feed วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 2026-06-30T00:00:00+07:00 Asst.Prof.Chatchaphon Ketviriyakit, Ph.D. jit_uru@uru.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์</strong><br />ISSN 3027-7957 (Online)<br /><br /><strong>เกี่ยวกับวารสาร</strong><br /> วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัยที่เป็นองค์ความรู้สำคัญในศาสตร์สาขาวิชาด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม รวมถึงงานวิจัยที่มีการบูรณาการศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในสาขาที่เกี่ยวข้อง<br /><br /><strong>ขอบเขตของวารสาร<br /></strong>วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เปิดรับบทความที่กล่าวถึงประเด็นต่อไปนี้:<br />1. วิศวกรรมโยธาและก่อสร้าง<br />(Physical Sciences: Civil and Structural Engineering, Building and Construction, Geotechnical Engineering, General Materials Science)<br />2. วิศวกรรมเครื่องกล<br />(Physical Sciences: Mechanical Engineering)<br />3. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์<br />(Physical Sciences: Artificial Intelligence, General Computer Science, Computer Science Applications, Computer Vision and Pattern Recognition, Information System, Control and Optimization)<br />4. วิศวกรรมไฟฟ้า, เทคโนโลยีไฟฟ้า<br />(Physical Sciences: Electrical and Electronic Engineering, Control and Systems Engineering)<br />5. การจัดการงานวิศวกรรมและอุตสาหกรรมดิจิทัลและ เทคโนโลยีอุตสาหการ การผลิต และการจัดการ<br />(Physical Sciences: General Engineering, Industrial and Manufacturing Engineering, Management of Technology and Innovation)<br />6. เทคโนโลยีพลังงานและพลังงานทดแทน<br />(Physical Sciences: Energy Engineering, Renewable energy, General Energy)<br />7. การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน<br />(Physical Sciences: General Engineering, Industrial and Manufacturing Engineering)<br />(Social Science: Transportation, Management Science and Operations Research, Logistics and Supply Chain Management)<br />8. เทคโนโลยีสำรวจและภูมิสารสนเทศ<br />(Social Science: General Social Sciences, Geography, Planning and Development, Urban Studies)<br />9. การออกแบบ และการออกแบบผลิตภัณฑ์<br />(Social Science: General Arts and Humanities)</p> <p><strong>ประเภทของบทความที่รับตีพิมพ์ : </strong>ตีพิมพ์ผลงาน 2 ประเภท ได้แก่<strong><br /></strong> บทความวิจัย (Research Article)<br /> บทความวิชาการ (Academic Article)</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์และเผยแพร่ :</strong> ปีละ 2 ฉบับ<br />ฉบับที่ 1 ช่วงเดือน มกราคม – มิถุนายน <br />ฉบับที่ 2 ช่วงเดือน กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>การพิจารณาบทความ<br /></strong> บทความที่ได้รับการเผยแพร่ตีพิมพ์ในวารสารมีการตรวจสอบและพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviews) จำนวน 3 ท่าน ต่อ 1 บทความ โดยผูัทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blinded Peer review) ผ่านระบบ ThaiJO<br /><br /><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</strong><br /> ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ<br /><br /><strong>บรรณาธิการวารสาร</strong><br />ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัชพล เกษวิริยะกิจ <br />คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์<br />เลขที่ 27 ถนนอินจมี ตำบลท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์<br />โทรศัพท์: 0 5541 6601-10 ต่อ 1364 <br />Email: jit_uru@uru.ac.th</p> https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JTI_URU/article/view/4680 การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าสู่ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (E-TAX INVOICE & E-RECEIPT) ของผู้ประกอบการธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในจังหวัดอุตรดิตถ์ 2026-06-15T09:01:16+07:00 ธันยนิษฐ์ โต๊ะคำมณี queenthanyanit@gmail.com สุพิณภา สิงห์ทอง Suphinnapha@gmail.com บุศรา คงศักดิ์ queenthanyanit@gmail.com ผกามาศ พุกอินทร์ Pakamas02@uttvc.ac.th จันทร์เพ็ญ บุญหมื่น queenthanyanit@gmail.com <p>การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าสู่ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice &amp; e-Receipt) ของผู้ประกอบการธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางสถิติ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 128 ธุรกิจ ด้วยแบบสอบถามมาวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ เชิงพรรณนา คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐาน โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง (Two-Way ANOVA) ซึ่งมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 การศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าสู่ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าสู่ระบบ เท่ากับ 4.43 ด้านขั้นตอนการใช้งานระบบ เท่ากับ 3.62 ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบ เท่ากับ 3.58 ด้านเทคโนโลยี เท่ากับ 3.57 และสุดท้ายด้านความพร้อมขององค์กร เท่ากับ 3.56 แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวก ทราบถึงประโยชน์ของการนำระบบ (e-Tax Invoice &amp; e-Receipt) มาใช้ในการ ดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันปัจจัยที่มีผลต่อการไม่เข้าสู่ระบบดังกล่าว ได้แก่ อุปสรรคในการปรับตัว เท่ากับ 4.33 ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เท่ากับ 4.21 ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ เท่ากับ 4.08 ความเชื่อมั่น ในระบบเท่ากับ 3.17 และสุดท้ายการสนับสนุนจากภาครัฐ เท่ากับ 3.16 โดยด้านค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และอุปสรรคในการปรับตัวซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์อยู่ในระดับมาก ขณะที่ด้านความเชื่อมั่นในระบบ และด้านการสนับสนุนจากภาครัฐอยู่ในระดับปานกลาง สะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนและการปรับตัวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการไม่เข้าสู่ระบบ ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง (Two-Way ANOVA) พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลและลักษณะของกิจการที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการเข้าสู่ระบบดังกล่าวแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JTI_URU/article/view/4275 ประเมินความเที่ยงตรงการวัดคุณลักษณะทางไฟฟ้าของแพลตฟอร์มโนดเรด และเซ็นเซอร์ PZEM-004T สำหรับระบบต้นแบบแสดงผลพลังงานไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในแบบจำลองบ้านพักอาศัย 2026-06-15T09:06:44+07:00 พิชชาภา อินจุ้ย may5444ja@gmail.com สุพรรณษา พงษ์พันธ์ suphrrsaphngphanth@gmail.com นัฐพงษ์ เนินชัด nattapong.ner@uru.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินความเที่ยงตรงของระบบต้นแบบสำหรับการวัดคุณลักษณะทางไฟฟ้า การแสดงผลพลังงานไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวมถึงการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มโนดเรดร่วมกับเซ็นเซอร์ PZEM-004T ในแบบจำลองบ้านพักอาศัย ระบบต้นแบบติดตั้งเซ็นเซอร์ PZEM-004T จำนวน 5 จุด เพื่อวัดค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าของวงจรหลักและวงจรย่อย ข้อมูลที่วัดได้ถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มโนดเรดสำหรับแสดงผลแบบเรียลไทม์ การทดลองประกอบไปด้วยการทดสอบ ความถูกต้องของการสื่อสารข้อมูล การทดสอบการควบคุมโหลดไฟฟ้า การประเมินความเที่ยงตรง ของเซ็นเซอร์โดยเปรียบเทียบกับมัลติมิเตอร์มาตรฐาน และการแสดงผลค่าไฟฟ้ากับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ผลการทดลองพบว่า การสื่อสารข้อมูลระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์กับโนดเรดมีค่าความถูกต้องอยู่ในช่วง 97-100 เปอร์เซ็นต์ และระบบสามารถควบคุมการเปิด-ปิดโหลดผ่านแดชบอร์ดได้ ผลการประเมินความเที่ยงตรงของเซ็นเซอร์พบว่า ค่าความคลาดเคลื่อนของกระแสไฟฟ้าอยู่ในช่วง 0.00 ถึง 33.33 เปอร์เซ็นต์ และค่าความคลาดเคลื่อนของกำลังไฟฟ้าอยู่ในช่วง 0.01 ถึง 47.10 เปอร์เซ็นต์ โดยค่าความคลาดเคลื่อนสูง พบในกรณีโหลดขนาดเล็กและเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าคลาดเคลื่อนสูงสุด 47.10 เปอร์เซ็นต์ และ 25.54 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขณะที่โหลดขนาดกลางมีค่าความคลาดเคลื่อนของกำลังไฟฟ้า 1.33 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้แดชบอร์ดของโนดเรดสามารถแสดงค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า และคาร์บอนฟุตพริ้นท์แบบต่อเนื่อง</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JTI_URU/article/view/4293 ฺ ระบบควบคุมอุณหภูมิ ค่า pH และความชื้นเบดดิ้งด้วยระบบ IoT 2026-06-15T16:22:24+07:00 ทวีศักดิ์ วรจักร์ thaweesakkeng@uru.ac.th ปวิธ กุณาละสิริ Thaweesakkeng@uru.ac.th ณัฐ อ้นชู Thaweesakkeng@uru.ac.th วรเดช จันหอม Thaweesakkeng@uru.ac.th <p> งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการเลี้ยงไส้เดือนในบ่อปูนซีเมนต์ ในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ การเพาะเลี้ยงไส้เดือนโรงเรียนบ้านปากคลอง ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ การจัดการให้อาหารไส้เดือน และการให้ความชื้นแก่ไส้เดือนโดยอัตโนมัติ ออกแบบและพัฒนาการจัดการระบบน้ำและอาหารในการเลี้ยงไส้เดือนควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน ควบคุมการทำงานด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ ตรวจวัดค่า pH เป็นกรด-ด่างของดิน สั่งสปริงเกอร์ แบบน้ำหยด ความชื้นในดิน และความชื้น สัมพัทธ์ของอากาศควบคุมผ่านระบบ IoT ผลการดำเนินงานวิจัยการทดลองจำนวน 10 ครั้ง เทียบกับค่ามาตรฐานของการวัดค่า pH ของดิน โดยระบบควบคุมความชื้นเบดดิ้งด้วยระบบ IoT การวัดจากเซนเซอร์ pH ในดินเฉลี่ยได้ 6.8 เมื่อเปรียบเทียบค่ามาตรฐานเครื่องวัดค่า pH ค่ามาตรฐานเฉลี่ยได้ 6.9 แตกต่างที่ 0.1 การวัดจากเซนเซอร์ความชื้น เฉลี่ยร้อยละ 77.77 เครื่องวัดค่ามาตรฐานร้อยละ 78.88 แตกต่างเท่ากับ 1.11 การวัดจากเซนเซอร์อุณหภูมิสัมพัทธ์ของอากาศเฉลี่ยอยู่ที่ 23.57 องศาเซลเซียส เครื่องวัดค่ามาตรฐาน 23.9 องศาเซลเซียส แตกต่างเท่ากับ 0.33 องศาเซลเซียส ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ระบบ IoT ที่พัฒนาขึ้นสามารถควบคุมและตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงไส้เดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ โดยมีความคลาดเคลื่อนจากเครื่องมือมาตรฐานเพียงเล็กน้อย ยืนยันถึงความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดแรงงาน และสร้างต้นแบบการเกษตรอัจฉริยะและการจัดการขยะอินทรีย์อย่างยั่งยืนในบริบทของสถานศึกษา</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์